สิ่งที่ได้เรียนรู้รอบนี้
เมื่อสังขารดับ เวทนาก็ดับ
เป็นข้อสังเกตที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญว่า ทำไมรอบนี้ไม่มี sharp pain เลย
และเป็นความบังเอิญที่ว่าเมื่อแก้เมื่อยนั่งเป็นเทพธิดา คราวนี้ก็ปวดแบบ dull ร้าวไปทั้ง 2 ตูด นั่งดูไปหลบไปจนเกือบหมดชั่วโมงถึงเข้าถึงความเป็นกลางจริง รู้สึกราวกับตัวทั้งตัวถูกเผาอยู่กลางกองไฟ จนสุดท้ายเวทนานั้นก็คลายไปตามธรรมดาของมัน
เมื่อกลับมานั่งอีกครั้ง ท่าเดิม ตั้งใจว่าจะมาพิจารณาให้จิตเข้าใจความเป็นกลับพบว่า ความปวดหายไปและแบบหายไปเลย ไม่กลับมาอีกเลย
ตอนแรกเข้าใจว่า เพราะนั่งทับส้นตรงกระดูกองศาพอดี เลยทำให้ไม่ปวดแบบทับเนื้อ
ทดสอบบัลลังก์ต่อไป นั่งทับแบบเนื้อๆ เน้นๆ ปรากฏ เบาไม่ปวดที่เดิม ไปปวดที่อื่นที่ยังไม่ผ่านพิจารณา
สังขารนิโรธา วิญญาณนิโรโธ
ความดับเป็นอย่างนี้
ความจิตดับลงด้วยโทสะ จิตที่เกิดใหม่ (เวทนาที่เกิดใหม่ จะเป็นเวทนาที่ก่อให้เกิดโทสะ เป็นเวทนาที่พึงผลักไส)
ต่อเมื่อจิตนั้นดับลงด้วยความเป็นกลาง วิญญาณนั้น จึงไม่เกิดอีก หรือเกิดด้วยความรู้สึกเพียงว่าเป็นผลจากผัสสะ ไม่ได้เป็นเวทนาที่หยาบและก่อให้เกิดตัณหาผลักไสแต่อย่างใด (ตรงนี้ยังไม่ชัดนัก เพราะสภาวะที่เกิดคือ เวทนาหยาบนั้นดับ กายกลายเป็นว่ายิ่งนั่งยิ่งเบา แต่เวทนาละเอียดยังอยู่)
โดยแนวโน้มการเรียนรู้อย่างนี้ เป็นไปได้มากว่า เมื่อพิจารณาเวทนาหยาบจนจิตสิ้นความผลักไสแล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาเวทนาละเอียดที่จิตติดใจ แต่ก็หมด 10 วันเสียก่อน รอบนี้เคลียร์ dull pain หยาบๆ ไปได้
การนั่งแต่ละบัลลังก์ จะรู้ได้เลยว่า จะปวดตรงไหน จะไม่ปวดตรงไหน อะไรเคลียร์แล้ว อะไรยังไม่เคลียร์ ถ้าจะเร่งปฏิกิริยา ก็นั่งเสียสมมาตรไปเลย จะได้ไม่เสียเวลารอ