วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

6/10/57

6/10/57

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน อยู่ๆ ก็นึกถึงเพลงๆ หนึ่งขึ้นมาที่ไม่ได้ฟังมานานแล้ว เพลงนี้ตอนเด็กๆ ติดใจ ฟังทีไรก็เศร้า หดหู่ แต่วันนี้นึกขึ้นมาก็เฉยๆ ไม่อิน ห่างๆ ออกมา แต่เห็นมันรีเพลย์ซ้ำไปมาและมีความรู้สึกว่าขาดอะไรไปสักอย่าง ดูเป็นความพยายามระลึกว่าเดิมมันเคยรู้สึกยังไงเมื่อฟังเพลงนี้

สักพักก็นึกถึงสภาวะเดียวกันที่เจอระยะนี้แต่ด้วยเหตุอื่น มันมีสภาพรีเพลย์ซ้ำแล้วก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรสักอย่างไปเหมือนกัน เลยเทียบว่า อ่อ มันคงเป็นภาวะที่จิตมันพยายามระลึกอะไรล่ะมั้ง แล้วก็เอะใจว่า เดี๋ยวนะ...เราไม่เคยมีเหตุการณ์ให้เกิดสภาวะอะไรแบบนั้นนะจากเหตุที่ว่านี้นะ 555 คิดแล้วขนลุก หลอนตัวเองก็เป็น :P

ตอนเย็นไปสวดมนต์นั่งสมาธิที่วัดปทุม ก่อนนอนนั่งสมาธิ 20 นาที


3-5 ตุลาคม 57

3-5 ตุลาคม 57

ระหว่างวันหรือระหว่างเดินทางเป็นธรรมเสียบหูฟังไปเรื่อยๆ เริ่มเกิดความรู้สึกละอายที่จะส่งการบ้าน เพราะไม่ได้ทำ ไม่มีส่ง ครั้นจะบรรยายสภาวะก็รู้สึกถึงการเจือความคิดอยู่มาก แง ขอโทษค่ะ T_T


5/10/57

5/10/57

วันอาทิตย์ไปฟังธรรม หลวงพ่อท่านพูดถึงไตรลักษณ์ รู้สึกถึงความสั่นไหวของทุกขัง คนทำบุญหน้าตาอิ่มเอิบจริง

มีคำพูดนึงที่เกิดปีติ "ภาวนาไปจะได้ความสุขจากการปล่อยวาง ใหม่ๆ ปล่อยอารมณ์ก็มีความสุข ภาวนาต่อไปจนปล่อยขันธ์ได้ก็จะมีความสุขยิ่งกว่านี้อีก มีแต่พระพุทธเจ้านะที่สอนแบบนี้ได้"

เจอองค์ประกอบที่จะก่อรูปเป็นราคะแระ มันคือ "春" มิน่าจึงต้องพิจารณาอสุภะตัดกัน ให้เกิดเป็นมรณานุสติ พอจิ๊กซอว์ต่อติดแบบนี้ขอให้ระวังกามวิตกไว้

จริงกิเลสมันก็ไม่ได้เกิดง่ายๆ นะ องค์ไม่ครบ ผัสสะไงก็ไม่เกิด เจอสุภะนิมิตทีเดียวได้เรื่องเลย ดูมันหาช่องไปของมันจนได้นะ ราคะเกิดแล้ว รู้สึกราวเป็นแหล่งพลังงานเอื่อยๆ ไม่รู้ว่าจิตจะลงสมดุลของพลังงานองค์รวมรึป่าวเลยออกมาแบบนี้ เนื่องจากเห็นอีกฝ่ายกำลังตก

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

1/10/57

1/10/57

นั่งอ่านบทสนทนาธรรมของเพื่อนสองคน เกิดปีติ ^_^

2/10/57

หลังเลิกงานรู้สึกง่วงนอน คำตัดพ้อน้อยใจไหลมาสารพัด ทำไมชีวิตตรูมันบัดซบงี้ว๊า จะกินไม่ได้กิน จะนอนไม่ได้นอน บลาๆ ก็ดูมันไป เหมือนส่วนหนึ่งมันก็บ่นไป ส่วนกายก็ขยับเคลื่อนไหวไป สงสัยง่วงเกินกว่าจะเอาเรื่องเอาราว เห็นคนใกล้ตัวสภาพไม่ต่างกัน ง่วงแสนง่วงแต่ไม่ยอมนอน เพราะรู้สึกว่าทำงานมาทั้งวันยังไม่ได้เสพอะไรเลย เห็นแล้วสงสารมาก


วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

30/9/57

30/9/57

เช้านั่งสมาธิ ตอนกินข้าวเกิดสติเอง 5-6 แว้บ ระหว่างวันวันนี้หลงเยอะกว่าเมื่อวาน

ได้เวลาช่วงเย็นมาโดยไม่ตั้งใจ จึงไปสวดมนต์ที่วัดปทุม วันนี้สวดไม่ค่อยวอกแวก แล้วนั่งสมาธิต่อ ความคิดเพลิดเพลินเกิดขึ้น มีครั้งที่หลงไป แล้วก็มีครั้งที่มันแยกห่างออกมา

นั่งสมาธิคอหักก่อนนอน

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

29/9/57

29/9/57

การไปกราบครูบาอาจารย์เมื่อวานทำให้สำนึกได้ถึงความจำเป็นที่ต้องให้ใจได้กินอาหาร

ระหว่างวันมีแรงที่จะตั้งสติอยู่บ่อยครั้ง แต่ยังไม่เป็นอัตโนมัติ มีความคิดระลึกถึงบางเรื่องขึ้นมา แล้วก็คิดว่ามันมีโอกาสกลายเป็นการยึดแบบราคะได้ ใจมีขยาดแหยงๆ ตามเคยชินของมัน แต่รู้สึกถึงความไม่เชื่อมโยงบางอย่างสภาวะอย่างนั้นจึงไม่เกิดขึ้น

สังเกตระหว่างเดินว่าก้มหน้า กับเงยหน้าตั้งกายตรง ใจไม่เหมือนกัน ตอนก้มหน้า แม้ไม่ได้มีความคิดอะไรเป็นคำพูด แต่รู้สึกเหมือนหลุดจากปัจจุบันไปไหนไม่รู้

ได้สนทนากับเพื่อนเนยทางเฟสบุค คุยไปคุยมารู้สึกถึงความอิน ยึด สะดุดกำแพงตัวเอง เลยล้างไพ่ๆ ไปกินข้าวแล้วกลับมาคุยใหม่บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นละเมียดละไมมากขึ้น

ก่อนนอนนั่งสมาธิ แต่หลับป๊อกไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ค่ะ 5555

28/9/57

28/9/57
ได้เพื่อนก้อยเป็นสะพานบุญมาชวน ทำให้ได้ไปกราบครูบาอาจารย์ที่รพ.วิชัยยุทธ ตื่นสายกว่าที่ตั้งใจ แต่ใจก็ไม่เดือดร้อน ทันก็ทันไม่ทันก็ไม่ทัน ไม่ได้ออกบ้านในวันหยุดเช้าขนาดนี้มานานมาก มีโอกาสเห็นคนใส่บาตรก็น้อมใจใส่ไปด้วย การเดินทางมีขลุกขลักนิดหน่อย คลื่นโทสะเกิดบ้าง ก็บอกตัวเองว่า ตั้งใจดีแล้วอย่าให้เสีย ให้สำรวม
ไปถึงรพ. เห็นก้อยเดินไปถวายเครื่องดื่มหลวงปู่ (ตอนนั้นยังงงๆ ว่าอะไรยังไง) หันมองตาม สักพักก็รู้สึกส่งจิตออกนอก ไม่มีประโยชน์ ก็พามันกลับบ้านมาอยู่กับฐาน นั่งสงบอยู่หน้าห้องหลวงปู่ท่อนรู้สึกกระแสดีมาก ว่าง สว่าง สงบ เพียงครู่เดียวก็รู้สึกมีกำลัง สักพักมีคนยกถาดอาหารจะไปถวายหลวงปู่ท่อนแต่เราไม่ได้เข้าไปด้วย น้อมใจถวายตาม เกิดปีติ
ระหว่างรอ ก้อยพาไปกราบหลวงปู่อีกองค์จากอ่างทองที่ห้องใกล้ๆ กัน ได้ถวายปัจจัยท่าน ตั้งอธิษฐาน ตอนกราบท่านเกิดปีติ
นั่งอยู่พักหนึ่งก็เห็นญาติโยมแห่ไปทางห้องหลวงปู่ไดโนเสาร์ เลยได้มีโอกาสกราบและฟังนิทานพุทธประวัติจากท่าน เมื่อท่านเล่าจบญาติโยมทั้งหมดก้มลงกราบ ใจกลับเห็นเหมือนเป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงธรรมแล้วบรรดาภิกษุก้มลงกราบ เกิดปีติน้ำตาไหล
ออกจากรพ.เดินทางไปฟังธรรมหลวงพ่อปราโมทย์ต่อ นั่งสมาธิฟังไปสักพักรู้สึกมืด เลยลืมตา แล้วกระดิกนิ้วเรียกความรู้สึกตื่นตัว ฟังต่อถึงช่วงส่งการบ้านของท่านหนึ่ง เป็นเรื่องกำลังใจในการปฏิบัติ หลวงพ่อเล่าถึงครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ท่านว่าองค์นั้นเล่าว่าท่านนั้นอยู่กับหลวงปู่มั่น องค์อื่นนั้นได้รู้ธรรมเห็นธรรมกันไปหมดแล้วท่านยังไม่ได้ แต่ท่านไม่ท้อหรอกนะจะปฏิบัติต่อไป อีกร้อยชาติก็จะปฏิบัติ หลวงพ่อปราโมทย์ว่าท่านก้มกราบครูบาอาจารย์องค์นี้อย่างเต็มหัวจิตหัวใจ กำลังใจในการปฏิบัติมันต้องอย่างนี้
เกิดปีติน้ำตาไหลพราก
ระหว่างเดินทางไปเรียนช่วงบ่าย ใจก็คิดถึงเรื่องสนุกๆ ขึ้นมา แล้วก็เพลินไปเรื่อย มีจังหวะนึงมันระลึกกลับมาว่า โห.. กำลังที่ไปชาร์จมาเมื่อกี้ สภาวะเมื่อกี้ หายแซบหายสอย ชนิดนึกไม่ออก เอากะมันสิ
พอถึงที่เรียน จะหยิบไอแพดมาเล่น อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าเป็นการใช้เวลาไม่คุ้มกัน ทำใจเสียเปล่าๆ เลยเก็บ แล้วนั่งสมาธิรอเรียนไป
ตอนเย็นไปสวดมนต์ที่วัดปทุม ใจค่อนข้างนิ่ง นั่งสมาธิต่อก็ค่อนข้างนิ่ง จับลมหายใจได้สบายๆ ไม่บีบคั้น สังขารมีบ้างแต่เป็นความเคลื่อนไหวไปมา ไม่ขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวให้สาวความต่อ