วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

อริยสาวกกับการรวมองค์มรรค

ในมรรคข้อ 5 สัมมาอาชีโว

ตัตถะ กะตะโม สัมมาอาชีโว,
อิธะ อะริยะสาวโก มิจฉาอาชีวัง ปะหายะ,
สัมมาอาชีเวนะ ชีวิกัง กัปเปติ,
อะยัง วุจจะติ สัมมาอาชีโว

มีกล่าวถึงว่า

บรรดาองค์ ๘ เหล่านั้น สัมมาอาชีวะเป็นอย่างไร,
อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ละมิจฉาอาชีวะแล้ว,
สำเร็จการเลี้ยงชีวิตด้วยสัมมาอาชีวะ,
นี้เรียกว่าสัมมาอาชีวะ

มรรค 4 ข้อเบื้องต้นไม่ได้กล่าวแจกแจงถึงใคร
แต่มรรคข้อนี้ระบุว่า "อริยสาวก"

ความหมายคือ

  • ถ้าปรารถนาพุทธภูมิ มรรคจะไม่รวม
  • ถ้าปรารถนาปัจเจก มรรคจะไม่รวม
  • ถ้าปรารถนาจะบรรลุในพระพุทธเจ้าองค์อื่น มรรคจะไม่รวม

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วาระที่ความเห็นยังผิดอยู่

วาระที่ความเห็นยังผิดอยู่ ปลายปี 2562

  • กามราคะ 肌肤之亲
  • คิดเปรียบเทียบแล้วอิจฉา ความเป็นที่รัก ความเป็นคนโปรด
  • ในสถานการณ์ใหม่ จะปรากฏมารยาเด็ก
  • ความไม่ขอ ไม่อยากขอ ไม่ชอบขอ ไม่ยอมขอ
  • ความกลับเข้าสู่ความหดหู่และเห็นมันเป็น default state

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ศรัทธาเยอะจะงมงาย? ปัญญาเยอะจะหัวแข็ง?

พวกคำเตือนในการปรับอินทรีย์ที่ได้ยินบ่อยๆ

ระวังนะ...ศรัทธาเยอะไปจะงมงายนะ
ระวังนะ...ปัญญามากๆ จะหัวแข็ง
ระวังนะ...สมาธิเยอะๆ จะขี้เกียจ
ระวังนะ...เพียรเกินไปจะฟุ้งซ่าน

ต่างกรรมต่างวาระ

ถ้าอินทรีย์ยังไม่สมดุล มือใหม่ ฝึกใหม่
คำเหล่านี้คือคำเตือน เป็นจุดสังเกตให้คอยดูเผื่อเผลอเข้าใจผิดไปว่าทำถูกต้องแล้ว
แต่ถ้าผู้ฝึกมาโดยถูกต้องแล้ว...ยิ่งเยอะยิ่งดี

1) ทำให้ถูก (เสียก่อน)
2) (จากนั้น) ทำให้พอ

---

ปัญญาเยอะจะหัวแข็ง
ป่าว หัวแข็งไม่ใช่เพราะปัญญา แต่ทิฏฐิตะหาก
และเป็นตัวบอกว่า โดนหลอกแล้ว
เป็นกิเลส เป็นทิฏฐิไปแล้ว

ศรัทธายิ่งเยอะยิ่งดี...ถูกแล้ว
ไอ้คำว่า "ระวังศรัทธาเยอะไปนะ เดี๋ยวงมงาย"
เขาเอาไว้เตือนพวกงมงายเฉยๆ เอาไว้เตือนพวกคนใหม่
แต่ถ้าศรัทธาถูกแล้ว ยิ่งเยอะยิ่งดี !!!

นึกว่าเป็นสมาธิแต่ง่วงหงาวหาวนอน
อันนี้ไม่ใช่สมาธิแล้ว
ไม่มีศักยภาพในการรับรู้ สมาธิคือศักยภาพในการรับรู้

นึกว่าเป็นความเพียร
แต่ฟุ้งไปเรื่อย
อันนี้ก็ผิดไปแล้ว
แต่ถ้าความเพียรถูกแล้ว "ยิ่งเยอะยิ่งดี"

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

อริยสัจตามลำดับ

วิธีของพระพุทธเจ้าคือ
เห็นความเกิด เห็นความดับของสิ่งต่างๆ
เห็นความเกิดความดับแล้วจะได้ละสมุทัย
จึงจะถึงนิโรธภายหลัง
เป็นตามลำดับอย่างนี้

การกระโดดข้ามจากรู้ทุกข์
พาไปนิพพานเลย
มันก็ไม่ใช่ จะบัญญัติอะไรมามันก็ไม่ใช่นิพพานอยู่ดี

พระพุทธเจ้ากำหนดให้รู้ทุกข์ เพื่อให้แจ้งนิพพานนั่นแหละ
แต่มันต้องผ่านไปโดยกำหนดรู้และยอมรับทุกข์ก่อน (1)
แล้วก็เห็นสมุทัย แล้วละสมุทัย (2)
จึงแจ้งนิโรธ (3)

ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวพาเข้า-พาออกนิพพาน

วาทะนอกศาสนา และการมองให้เป็นทุกข์

บรรดาวาทะนอกศาสนา 

วาทะว่า 

ถ้าเราจักไม่ได้มีแล้ว อัตภาพนี้ก็ไม่พึงมี

แก่เรา ถ้าเราจักไม่มี ความกังวลอะไรจักไม่มีแก่เรา’ 

นี้เป็นเลิศ

---

อัตตานี้เป็นเพียงวาทะ เป็นเพียงบัญญัติ เป็นแค่คำพูดคน
ผู้ภาวนาไม่ได้มีหน้าที่ไปยุ่งอะไรกับมัน

เช่น พูดว่า "นางสาวเอ" เนี่ย มันก็เป็นแค่บัญญัติ
ไม่ต้องไปบอกว่า "นางสาวเอ" ไม่มี๊~~~ แม่นางสาวเอก็ไม่มี
จะไปพูดมันทำอะไร !!!

ก็มันเป็นแค่บัญญัติ จะไป "มี" "ไม่มี" ทำอะไร
ก็ข้ามบัญญัติไปเสีย

ตัวตน-ไม่ตัวตน นี่ก็แค่สมมติเฉยๆ เอาไว้ใช้สื่อสาร

มองทะลุนางสาวเอไป ให้เห็นธาตุ 4 เห็นขันธ์ 5
มองให้เห็นทุกขสัจ

ทำอะไรก็ต้องมองให้มันเป็นทุกข์ให้ได้
ทำยังไงให้มันเป็นทุกข์ล่ะ?

วิธีฝึกมอง
ก็กำหนดให้มันเป็นขันธ์ 5 ให้ได้ก่อน
แล้วมันจะเป็นทุกข์ยังไง มันต้องไม่เที่ยงให้ได้
เพราะสิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ ! (ต้องจำแม่นๆ)

อะไรโผล่มาจะต้องกำหนดให้มันเป็นทุกข์

ถ้าไม่เห็น...จะต้องกำหนดให้มันเป็นขันธ์ 5
มันจะต้องเป็น 1 ในขันธ์ 5 นั่นแหละ
ถ้าไม่ใช่ขันธ์ 5 มันจะโผล่มาไม่ได้หรอก
ต้องชัดเจน

ทีนี้ต้องให้มันเป็นทุกข์ให้ได้
ก็ต้องบอกว่า 'มันไม่เที่ยง'
จะทำยังไงให้มันไม่เที่ยง - นี่เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจไว้เสมอ


วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

อภิภายตนะ

ครอบอารมณ์ อะไรเกิดขึ้นครอบทับไปเลย เรียก อภิภายตนะ
เปลี่ยนอารมณ์

ก็ทำได้ด้วยการเปลี่ยนสัญญา
อะไรเกิดขึ้นครอบทับเลย

เวทนาแรงๆ เปลี่ยนช่องเลย

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

情感是真的 - 是因为 (以为) "他 (它)" 也是真的

情感永远是真的
没有人能否认情感
而你是想回头
是因为你想确认
他也是真的对不对?

可见
你除了在意自己的情感是真的
你还会在意这件事情到底是不是真的