ปัญญา
สัจจะ
จาคะ
สันติ
ไม่พึงประมาทปัญญา
พึงอนุรักษ์สัจจะ
พึงพอกพูนแต่จาคะ
พึงศึกษาแต่สันติ
อธิษฐานให้เห็นสิ่งที่เป็นจริง
อย่าไปหลงกับสิ่งที่เป็นเท็จ
สัจจะอันแท้จริงคือ นิพพาน
จาคา สละทุกอย่างทั้งปวง
ไม่จับยึดอาลัยกับมันอีก
พอกพูนเรื่องจาคะ
อย่าไปขยายนั่นนี่ให้มันเยอะ
อุปสมา การสงบลงของกิเลสทุกๆ อย่างไม่กลับคืนอีก
ศึกษาแนวทางให้กิเลสสงบเท่านั้น
ไม่ใช่ศึกษาวิธีให้จิตดี
วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560
สัจฉิกาตัพพธรรม
เพราะมีอยู่จึงเข้าถึงไม่ได้ด้วยการแสวงหา
ต้องหยุดแสวงหา
ท่านจึงใช้คำว่า เป็นธรรมที่ควรกระทำให้แจ้ง
ให้แจ้งคือให้รู้ว่ามันมีอยู่
ให้รู้จักกันว่า อ้าว มันมีอยู่แล้ว
ก็จบ
ทุกวันนี้พากันแสวงหา
ถ้าแสวงหาก็จะได้แต่ฝ่ายสังขต
เพราะว่าสังขตมันไม่มี มันจึงต้องแสวงหา
เหมือนกับของหาย
ไม่มีก็เลยหา
แต่ของที่มีอยู่แล้วใครจะไปบ้าหา
ต้องหยุดแสวงหา
ท่านจึงใช้คำว่า เป็นธรรมที่ควรกระทำให้แจ้ง
ให้แจ้งคือให้รู้ว่ามันมีอยู่
ให้รู้จักกันว่า อ้าว มันมีอยู่แล้ว
ก็จบ
ทุกวันนี้พากันแสวงหา
ถ้าแสวงหาก็จะได้แต่ฝ่ายสังขต
เพราะว่าสังขตมันไม่มี มันจึงต้องแสวงหา
เหมือนกับของหาย
ไม่มีก็เลยหา
แต่ของที่มีอยู่แล้วใครจะไปบ้าหา
ไมใช่เชื่อเรื่องกรรม แต่ให้รู้จักกรรม
เรื่องกรรมควรเรียน แต่ต้องเรียนให้ครบ
ให้มันถูกต้อง
ท่านไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องกรรม
ท่านสอนให้รู้จักกรรม
รู้จักกรรม
รู้จักเหตุเกิดของกรรม
รู้จักความต่างของกรรม
รู้จักกรรมที่ให้ผลแตกต่างกันไป
รู้จักความสิ้นกรรม
รู้จักวิธีการที่จะทำให้ถึงความสิ้นกรรม
รู้จักกรรมเก่า
รู้จักรรมใหม่
รู้จักความสิ้นกรรม
รู้จักทางให้ถึงความสิ้นกรรม
ประโยชน์ของการเรียนเรื่องกรรมคือ
ฝึกให้ไม่อยู่เฉย ไม่ยอมรับสภาพ
สามารถฝึกฝนตนเองเพื่ออยู่เหนือกรรมได้
ปฏิบัติต่อมันได้อย่างถูกต้อง
กรรมจะอันตรายถ้ายังไม่เข้าใจมัน
โลกอันตรายถ้ายังไม่เข้าใจมัน
พวกไม่รู้มันก็อันตรายเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ อันตรายซ้อนขึ้นไป
ไม่มีคำว่า "ให้เชื่อเรื่องกรรม"
มีแต่ ให้มีความเห็นต่อเรื่องกรรมให้ถูกต้อง (กัมมัสสกตาสัมมาทิฏฐิ)
สัมมาทิฏฐิไม่ใช่ความเชื่อ
เป็นความรู้เรื่อง ไม่ใช่งมงาย
แม้เป็นชั้นโลกิยะ ก็ไม่ใช่ความเชื่อ เป็นความเห็นที่ถูก
ให้มันถูกต้อง
ท่านไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องกรรม
ท่านสอนให้รู้จักกรรม
รู้จักกรรม
รู้จักเหตุเกิดของกรรม
รู้จักความต่างของกรรม
รู้จักกรรมที่ให้ผลแตกต่างกันไป
รู้จักความสิ้นกรรม
รู้จักวิธีการที่จะทำให้ถึงความสิ้นกรรม
รู้จักกรรมเก่า
รู้จักรรมใหม่
รู้จักความสิ้นกรรม
รู้จักทางให้ถึงความสิ้นกรรม
ประโยชน์ของการเรียนเรื่องกรรมคือ
ฝึกให้ไม่อยู่เฉย ไม่ยอมรับสภาพ
สามารถฝึกฝนตนเองเพื่ออยู่เหนือกรรมได้
ปฏิบัติต่อมันได้อย่างถูกต้อง
กรรมจะอันตรายถ้ายังไม่เข้าใจมัน
โลกอันตรายถ้ายังไม่เข้าใจมัน
พวกไม่รู้มันก็อันตรายเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ อันตรายซ้อนขึ้นไป
ไม่มีคำว่า "ให้เชื่อเรื่องกรรม"
มีแต่ ให้มีความเห็นต่อเรื่องกรรมให้ถูกต้อง (กัมมัสสกตาสัมมาทิฏฐิ)
สัมมาทิฏฐิไม่ใช่ความเชื่อ
เป็นความรู้เรื่อง ไม่ใช่งมงาย
แม้เป็นชั้นโลกิยะ ก็ไม่ใช่ความเชื่อ เป็นความเห็นที่ถูก
ทำตัวเล็กๆ ไว้
ถ้ายังรู้สึกว่ามีเรา เป็นเรา มีของเราอยู่
ทำตัวเล็กๆ เข้าไว้
ความโกรธนี่เราบังคับมันไม่ได้แฮะ
มันตัวใหญ่มาก
ครอบเราอีกแล้ว
เหลือตัวเล็กนิดเดียว
มาทีใจก็เต้นตึกๆ ตักๆ
ให้เครียด
ให้กังวล
พาปากไปด่าคนนั้นคนนี้
หมดเหตุก็หายไปไหนไม่รู้
ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป
แต่เดิมไม่ได้โกรธ
อยู่ดีๆ มีเหตุก็โกรธขึ้น หมดเหตุก็หาย
ไม่รู้หายไปไหน
ก่อนมาก็ไม่รู้อยู่ไหน
มันมีอยู่เฉพาะตอนที่มันมีอยู่
ทำตัวเล็กๆ เข้าไว้
ความโกรธนี่เราบังคับมันไม่ได้แฮะ
มันตัวใหญ่มาก
ครอบเราอีกแล้ว
เหลือตัวเล็กนิดเดียว
มาทีใจก็เต้นตึกๆ ตักๆ
ให้เครียด
ให้กังวล
พาปากไปด่าคนนั้นคนนี้
หมดเหตุก็หายไปไหนไม่รู้
ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป
แต่เดิมไม่ได้โกรธ
อยู่ดีๆ มีเหตุก็โกรธขึ้น หมดเหตุก็หาย
ไม่รู้หายไปไหน
ก่อนมาก็ไม่รู้อยู่ไหน
มันมีอยู่เฉพาะตอนที่มันมีอยู่
ตัวหลอก
คือความได้ดั่งใจบ้าง ไม่ได้ดั่งใจบ้างนี่แหละ
มันได้ดั่งใจมันก็ให้ความสุข
เราก็จำเอาไว้
เลยพากเพียรจะบังคับ
พากเพียรหาเงื่อนไขให้มันเป็นดั่งใจ
หาวิธีไป...
อาการที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง
แล้วเกิดความเข้าใจผิด
ว่ามันเที่ยง มันสุข มันบังคับได้
อันนี้เป็น ความผิดพลาด
เป็นความเข้าใจผิด
เป็นอุปาทาน
เป็นตัวอันตราย
ไม่ได้ศึกษาโดยละเอียดว่า
มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราอยากได้หรอก
มันเกิดขึ้นจากเหตุ
พอไม่ละเอียดก็ไปยึดถือ
ตรงนี้เป็นความผิดพลาด
อะไรที่ดูเหมือนเรามีอำนาจ
อะไรที่ดูเหมือนเราบังคับได้
ให้รู้ว่า จะพาสั่งสมความเข้าใจผิดยิ่งๆ ขึ้นไป
มันได้ดั่งใจมันก็ให้ความสุข
เราก็จำเอาไว้
เลยพากเพียรจะบังคับ
พากเพียรหาเงื่อนไขให้มันเป็นดั่งใจ
หาวิธีไป...
อาการที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง
แล้วเกิดความเข้าใจผิด
ว่ามันเที่ยง มันสุข มันบังคับได้
อันนี้เป็น ความผิดพลาด
เป็นความเข้าใจผิด
เป็นอุปาทาน
เป็นตัวอันตราย
ไม่ได้ศึกษาโดยละเอียดว่า
มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราอยากได้หรอก
มันเกิดขึ้นจากเหตุ
พอไม่ละเอียดก็ไปยึดถือ
ตรงนี้เป็นความผิดพลาด
อะไรที่ดูเหมือนเรามีอำนาจ
อะไรที่ดูเหมือนเราบังคับได้
ให้รู้ว่า จะพาสั่งสมความเข้าใจผิดยิ่งๆ ขึ้นไป
ลักษณะของปัญญา
ปัญญาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
สิ่งที่ติดตามมาจะเป็นไปในทางเบื่อหน่าย
คลายกำหนัด คลายความยินดีเพลิดเพลิน
โดยถ่ายเดียว
ที่เป็น ก็ทนเป็นไปอย่างนั้นเอง (ถ้าไม่ได้เป็นจะสบายกว่า)
ที่อยู่ ก็ทนอยู่ไปอย่างนั้นเอง
ที่ทำ ก็ทนทำไปอย่างนั้นเอง (ถ้าไม่ได้ทำก็จะสบายกว่า)
แต่ถ้ารู้แล้วเข้าใจอะไรแล้ว
ยังอยากเป็นนั่น อยากเป็นนี่
อยากได้นั่นเพิ่ม นี่เพิ่ม
อยากเป็นคนเก่ง
อยากเป็นคนดี
อยากได้รับการยอมรับ
อยากจะบรรลุ
ก็สรุปว่า...ยังไม่เดินปัญญา (จบข่าว 555)
ลักษณะของปัญญาจะ
แทงตลอดโดยลักษณะของมันอย่างไม่ผิดเพี้ยน
คือ มันไม่เที่ยง ก็แจ้งว่าไม่เที่ยง
ว่างเปล่าจากความเป็นสุข
ว่างเปล่าจากความเป็นตัวตนที่จะไปบังคับอะไรได้
สิ่งที่ติดตามมาจะเป็นไปในทางเบื่อหน่าย
คลายกำหนัด คลายความยินดีเพลิดเพลิน
โดยถ่ายเดียว
ที่เป็น ก็ทนเป็นไปอย่างนั้นเอง (ถ้าไม่ได้เป็นจะสบายกว่า)
ที่อยู่ ก็ทนอยู่ไปอย่างนั้นเอง
ที่ทำ ก็ทนทำไปอย่างนั้นเอง (ถ้าไม่ได้ทำก็จะสบายกว่า)
แต่ถ้ารู้แล้วเข้าใจอะไรแล้ว
ยังอยากเป็นนั่น อยากเป็นนี่
อยากได้นั่นเพิ่ม นี่เพิ่ม
อยากเป็นคนเก่ง
อยากเป็นคนดี
อยากได้รับการยอมรับ
อยากจะบรรลุ
ก็สรุปว่า...ยังไม่เดินปัญญา (จบข่าว 555)
ลักษณะของปัญญาจะ
แทงตลอดโดยลักษณะของมันอย่างไม่ผิดเพี้ยน
คือ มันไม่เที่ยง ก็แจ้งว่าไม่เที่ยง
ว่างเปล่าจากความเป็นสุข
ว่างเปล่าจากความเป็นตัวตนที่จะไปบังคับอะไรได้
พิจารณาธาตุ
การจะเห็นเป็นธาตุ
ตัวที่ทำหน้าที่เห็นคือปัญญา
เป็นอารมณ์ของฝ่ายปัญญา
สำหรับผู้ที่พร้อมแล้ว
จิตประกอบพร้อมด้วยศีล สมาธิ
เมื่อได้มาฟังเรื่องธาตุ
สิ่งทั้งหลายที่มันว่างเปล่าจากตัวตน ก็เข้าใจได้
ส่วนที่อินทรีย์ยังไม่พร้อม
ฟังไปอาจจะ blank ไปเลยก็ได้ 5555
หรือไม่ก็เข้าใจแบบระลึกเอาคิดเอา
น้อมเอา ก็จะรู้สึกปลอดโปร่งขึ้้นมาเป็นครั้งคราว
อันนี้ก็จะเป็นแบบธัมมานุสสติ
ตัวที่ทำหน้าที่เห็นคือปัญญา
เป็นอารมณ์ของฝ่ายปัญญา
สำหรับผู้ที่พร้อมแล้ว
จิตประกอบพร้อมด้วยศีล สมาธิ
เมื่อได้มาฟังเรื่องธาตุ
สิ่งทั้งหลายที่มันว่างเปล่าจากตัวตน ก็เข้าใจได้
ส่วนที่อินทรีย์ยังไม่พร้อม
ฟังไปอาจจะ blank ไปเลยก็ได้ 5555
หรือไม่ก็เข้าใจแบบระลึกเอาคิดเอา
น้อมเอา ก็จะรู้สึกปลอดโปร่งขึ้้นมาเป็นครั้งคราว
อันนี้ก็จะเป็นแบบธัมมานุสสติ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)