วิปัสสนาญาณ เป็นสังขาร
มีสังขารเป็นอารมณ์
เป็นทุกขสัจ
เป็นปริญเญยธรรม
มรรคญาณ
มีนิพพานเป็นอารมณ์
เป็นภาเวตัพพธรรม
เราเจริญวิปัสสนา
ไม่ได้เจริญเอาวิปัสสนาญาณ
เจริญเอามรรค
เวลาเราเจริญวิปัสสนา
เราก็นึกว่าเราเจริญมรรคนะ
จริงๆ มันก็เจริญมรรคน่ะแหละ
แต่ด้วยความที่มันเป็นสังขาร
มันจะต้องเอามากำหนดรู้
คือเจริญมา ก็ต้องเอามากำหนดรู้
ไม่ได้เจริญเพื่อให้มันเจริญ
วิปัสสนาที่เรามาเจริญ
เพราะเชื่อมั่นว่าทำให้เกิดมรรค
ทำไมเชื่อ? พระพุทธเจ้าบอก :)
เหมือนให้ทาน รักษาศีล
เราไม่ได้ให้ทานเพื่อให้ทาน
เราให้ทานเพื่อให้มรรคเกิด
ดังนั้นทานที่ทำต้องเอามากำหนดรอบรู้
สำหรับพระอรหันต์
ปัญญาของท่าน คือรู้อริยสัจ 4
วิญญาณของท่านคือ วิปัสสนาญาณ
วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562
วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562
แช่มชื่นเบิกบานมั้ย
วิธีสังเกตุจิตฝ่ายสมาธิคือ จิตจะเบิกบาน เหมือนดอกบัวมันบานขึ้น
เวลาทำกรรมฐานดูว่าจิตบานมั้ย
ถ้าไม่บาน หุบลง ห่อเหี่ยวลง หล่นตุ๊บไปเรื่อย
นี่เรียกว่าไม่ได้กรรมฐาน
เมื่อบานแล้ว จิตมันก็จะมารวมลงเป็นอัปปนาสมาธิ
แล้วก็บานขึ้นอีกครั้ง บานใหญ่กว่าเดิม
นี่ถึงจะเป็นสมาธิที่ถูกต้อง
ถ้าสมาธิไม่ถูกต้อง มันจะเป็นสมาธิแบบดิ่ง ไม่ใช่ของพระพุทธศาสนา
สมาธิมี 2 แบบ แบบเบิกบาน และแบบดิ่ง
แบบเบิกบาน
นี่เป็นสมาธิสำหรับใช้งานทางด้านปัญญา ผ่องใส ใช้งานได้ดี
แบบดิ่ง
ก็จะค่อยๆ ดิ่งลงไปเรื่อยๆ เข้าใกล้ภวังค์
เข้ารู ลงรูไปเรื่อย มุดถ้ำไปเรื่อย
นี้เป็นแบบภวังค์ ภวังค์คือสักหน่อยมันจะหลับนั่นเอง
ถ้ามันดิ่งมากๆ ถ้าสติทันอยู่ก็ยังไม่หลับ
ขาดสติเมื่อไร หลับทันที เรียกสมาธิลงภวังค์
เวลาทำกรรมฐานจึงต้องสังเกตจิตใจว่าแช่มชื่นเบิกบานมั้ย
เห็นคนยากจน เห็นคนลำบาก แช่มชื่นเบิกบานมั้ย (กรุณาสีมาสัมเภท)
ถ้าไม่ แสดงว่ามันไม่เป็นกรรมฐาน
กรุณาไม่เกิดกับอุเบกขาขาหรือโทมนัส
แต่เกิดกับโสมนัสเท่านั้น
เกิดกับจิตแช่มชื่นเบิกบานเท่านั้น
เอาความรู้สึกที่อยากจะให้คนนั้นพ้นไปจากทุกข์
ถ้ากรุณาน้อย เดี๋ยวก็เศร้าเข้ามาแทรก
ถ้าจะแยกมันให้ออก
กรุณาจะต้องใหญ่พอ และนานๆ ถึงจะเห็น
เวลาทำกรรมฐานดูว่าจิตบานมั้ย
ถ้าไม่บาน หุบลง ห่อเหี่ยวลง หล่นตุ๊บไปเรื่อย
นี่เรียกว่าไม่ได้กรรมฐาน
เมื่อบานแล้ว จิตมันก็จะมารวมลงเป็นอัปปนาสมาธิ
แล้วก็บานขึ้นอีกครั้ง บานใหญ่กว่าเดิม
นี่ถึงจะเป็นสมาธิที่ถูกต้อง
ถ้าสมาธิไม่ถูกต้อง มันจะเป็นสมาธิแบบดิ่ง ไม่ใช่ของพระพุทธศาสนา
สมาธิมี 2 แบบ แบบเบิกบาน และแบบดิ่ง
แบบเบิกบาน
นี่เป็นสมาธิสำหรับใช้งานทางด้านปัญญา ผ่องใส ใช้งานได้ดี
แบบดิ่ง
ก็จะค่อยๆ ดิ่งลงไปเรื่อยๆ เข้าใกล้ภวังค์
เข้ารู ลงรูไปเรื่อย มุดถ้ำไปเรื่อย
นี้เป็นแบบภวังค์ ภวังค์คือสักหน่อยมันจะหลับนั่นเอง
ถ้ามันดิ่งมากๆ ถ้าสติทันอยู่ก็ยังไม่หลับ
ขาดสติเมื่อไร หลับทันที เรียกสมาธิลงภวังค์
เวลาทำกรรมฐานจึงต้องสังเกตจิตใจว่าแช่มชื่นเบิกบานมั้ย
เห็นคนยากจน เห็นคนลำบาก แช่มชื่นเบิกบานมั้ย (กรุณาสีมาสัมเภท)
ถ้าไม่ แสดงว่ามันไม่เป็นกรรมฐาน
กรุณาไม่เกิดกับอุเบกขาขาหรือโทมนัส
แต่เกิดกับโสมนัสเท่านั้น
เกิดกับจิตแช่มชื่นเบิกบานเท่านั้น
เอาความรู้สึกที่อยากจะให้คนนั้นพ้นไปจากทุกข์
ถ้ากรุณาน้อย เดี๋ยวก็เศร้าเข้ามาแทรก
ถ้าจะแยกมันให้ออก
กรุณาจะต้องใหญ่พอ และนานๆ ถึงจะเห็น
ที่มาของความเบียดเบียน
ถือว่าเราเป็นเจ้าของ
เราเป็นคน มันเป็นสัตว์ เราสามารถขับไล่มันได้
เรามาก่อน
เรามีสิทธิ์
เรามีความสามารถมากกว่า
ถือว่าเราถูกกฎหมาย มีสิทธิ์ว่าคนทำผิด
ถือว่าเราดี ก็กระแนะกระแหนคนไม่ดี
เราเป็นคน มันเป็นสัตว์ เราสามารถขับไล่มันได้
เรามาก่อน
เรามีสิทธิ์
เรามีความสามารถมากกว่า
ถือว่าเราถูกกฎหมาย มีสิทธิ์ว่าคนทำผิด
ถือว่าเราดี ก็กระแนะกระแหนคนไม่ดี
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562
จะสู้กิเลสสู้ให้ถูกตัว
สู้อย่างมีปัญญา
ไม่ใช่สู้อย่างฆ่ามันทิ้ง
ถ้าสู้อย่างนี้ คิดว่ากิเลสเป็นตัวตน
เราจะแพ้มันไปเรื่อย
เหมือนสู้กับเงา
ไม่ใช่เงามันเก่ง
แต่เงามันไม่มี เลยแพ้เรื่อยไป
ตายเปล่า
สู้กับสิ่งไม่มีตัวตน
ไปคิดว่ามันมีตัวตน
ราคะก็ไม่มีตัวตน
เกิดเพราะเหตุเพราะปัจจัย
อยากจะละ ไปทำเหตุให้เหมาะ ไม่ให้มันเกิด
ถ้าเกิดแล้วไปสู้กับมัน
ไปสู้แบบมันมีตัวตน
ไม่ใช่มันเก่ง
แต่เราโง่
สู้ไม่ถูกวิธี 5555
สู้กับความเข้าใจผิด
เข้าใจผิดว่าความเจ็บความปวดเป็นตัวเรา
เข้าใจผิดว่ากิเลสเป็นตัวเรา
ไม่ใช่สู้อย่างฆ่ามันทิ้ง
ถ้าสู้อย่างนี้ คิดว่ากิเลสเป็นตัวตน
เราจะแพ้มันไปเรื่อย
เหมือนสู้กับเงา
ไม่ใช่เงามันเก่ง
แต่เงามันไม่มี เลยแพ้เรื่อยไป
ตายเปล่า
สู้กับสิ่งไม่มีตัวตน
ไปคิดว่ามันมีตัวตน
ราคะก็ไม่มีตัวตน
เกิดเพราะเหตุเพราะปัจจัย
อยากจะละ ไปทำเหตุให้เหมาะ ไม่ให้มันเกิด
ถ้าเกิดแล้วไปสู้กับมัน
ไปสู้แบบมันมีตัวตน
ไม่ใช่มันเก่ง
แต่เราโง่
สู้ไม่ถูกวิธี 5555
สู้กับความเข้าใจผิด
เข้าใจผิดว่าความเจ็บความปวดเป็นตัวเรา
เข้าใจผิดว่ากิเลสเป็นตัวเรา
ไหว้เทพ ไหว้พรหม
ไหว้เพราะท่านมีคุณ
สีลลัพพตปรามาส
ไหว้เพื่อเราจะมีสุข
ไหว้เพื่อเราจะได้ดี
ไหว้เพราะจะได้ไม่มาทำอันตราย
ไหว้เพื่อให้ไล่ผี
ไหว้เพื่อให้สบายใจ
สีลลัพพตปรามาส
ไหว้เพื่อเราจะมีสุข
ไหว้เพื่อเราจะได้ดี
ไหว้เพราะจะได้ไม่มาทำอันตราย
ไหว้เพื่อให้ไล่ผี
ไหว้เพื่อให้สบายใจ
วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562
แก่นสารของสติ
ฝึกสติ ฝึกให้ได้แก่นสารของมัน
คือ
รู้และไม่หลงไปตามมัน
ถ้าไม่ไหว เช่น นอน ก็ "ทำ" อย่างมีสติสัมปชัญญะ
ตั้งเวลาในการทำ ตั้งใจจะลุกขึ้น
มีสติแล้วก็ทำให้มันเป็นองค์ประกอบของการตรัสรู้
ดึงมันไปทางเป้าหมาย คือสร้างสติมาเพื่อการตรัสรู้
คือ
รู้และไม่หลงไปตามมัน
ถ้าไม่ไหว เช่น นอน ก็ "ทำ" อย่างมีสติสัมปชัญญะ
ตั้งเวลาในการทำ ตั้งใจจะลุกขึ้น
มีสติแล้วก็ทำให้มันเป็นองค์ประกอบของการตรัสรู้
ดึงมันไปทางเป้าหมาย คือสร้างสติมาเพื่อการตรัสรู้
การละกิเลสของมรรค
การละกิเลสของมรรค คือการไม่ให้มันเกิดขึ้น
ไม่ให้มีเหตุของมันเกิดขึ้น
ส่วนไอ้กิเลสที่เกิดตอนนั้น...ช่างมัน !
เอามากำหนดรอบรู้ เอามายอมรับ เอามาเป็นสัจธรรมไป
ไม่ให้มีเหตุของมันเกิดขึ้น
ส่วนไอ้กิเลสที่เกิดตอนนั้น...ช่างมัน !
เอามากำหนดรอบรู้ เอามายอมรับ เอามาเป็นสัจธรรมไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)