วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

16 ก.พ.2567 / 2024

จิตวันนี้/ช่วงนี้ตลก ตั้งใจสร้างมายา
หน้าตาเหมือนฟิล์มโปร่งแสง (สีชมพูด้วยเหอะ) หุ้มกั้นความเกี่ยวข้องกับภายนอกเอาไว้จากความรู้สึกผิด ด้วยความเข้าใจว่าเหตุมันชักนำมาอย่างนั้น

ที่ตลกคือถ้าเข้าใจจริงจะสร้างทำไม

สังเกตตั้งแต่คุยเรื่องตำแหน่งบุคลากร ดูมีความตั้งใจทิ้งระยะและไม่สนใจ
ลามมาถึงความถูกกติกา ซึ่งถ้าทำตามนั้นแล้ว ไม่สนใจผล จะยังไงก็ได้

มันสร้างขึ้นมาเหมือนเกราะป้องกันความรู้สึกไม่ให้ดรอป (เพื่อเวทนาอีกแล้ว)

หลังๆ รู้สึกเจตนาที่จะทำงานก็ถอยออกห่าง ราวกับเกี่ยวข้องไปแค่ตามจำเป็น ไม่ทำเกิน และพบจิตที่หันออกจากเรื่องราว เหลือสติทิ้งไว้แค่ไม่ให้เกิดเรื่องใหญ่ แต่ตัดความใส่ใจและความรอบคอบในเรื่องเล็กๆ (เห็นได้ชัดจากการเช็ค item ที่ผิดนิดผิดหน่อยบ่อยขึ้นมาก แต่ความใส่ใจในการแนะนำคนไข้ยังเท่าเดิม eye contact คำพูดที่ปรับสำหรับแต่ละคน ยังคงเป็น tailor made) 

อีกอย่างที่สังเกตคือเหมือนมีเจตนาตั้งใจพาตัวเอง หรืออย่างน้อยไม่มีความพยายามจะห้ามสถานการณ์ไม่ให้เกิด เพื่อจะพาตนเองสู่จุดต่ำ ต่ำในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผิดศีลหรืออะไร แต่เหมือนไม่ใส่ใจว่าใครจะมองตนด้วยสายตาที่ต่ำลง ไม่แก้ต่าง ไม่แก้ตัว (ลึกๆ รู้สึกขี้เกียจจะทำอย่างนั้น) ความสนใจดูจะพุ่งมามองเหตุปัจจัย ธาตุ และสภาวะมากขึ้น มองความที่มันเป็นอย่างนั้น ขี้เกียจจะเข้าไปขยับปรับแก้ ถ้ามันไม่ได้เกินงามหรือมีผลอะไรเป็นนัยสำคัญ

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

มหานัย 20 (วีสติมหานโย)

 มหานัย 20 (วีสติมหานโย)


เป็นการพูดถึงโลกุตตรจิต มีนัยในการพูด 20 อย่างด้วยกัน

คือความหมายเดียวกันนั่นเอง (คือถ้ารู้คำพวกนี้ เราก็จะไม่ล็อกในการใช้คำ คือมันใช้คำไหนก็ได้ ที่มีพระนิพพานเป็นอารมณ์)


โลกุตฺตรํ ก็หมายถึงว่า ...ที่มีพระนิพพานเป็นอารมณ์


1. โลกุตตรํ ฌานํ

2. โลกุตตรํ มคฺคํ

3. โลกุตตรํ สติปฏฐานํ

4. โลกุตตรํ สมฺมปฺปธานํ

5. โลกุตตรํ อิทฺธิปาทํ

6. โลกุตตรํ อินฺทฺริยํ

7. โลกุตตรํ พลํ

8. โลกุตตรํ โพชฺฌงคํ

9. โลกุตตรํ สจฺจํ

10. โลกุตตรํ สมถํ

11. โลกุตตรํ ธมฺมํ

12. โลกุตตรํ ขนธํ

13. โลกุตตรํ อายตนํ

14. โลกุตตรํ ธาตุํ

15. โลกุตตรํ อาหารํ

16. โลกุตตรํ ผสฺสํ

17. โลกุตตรํ เวทนํ

18. โลกุตตรํ สญฺญํ

19. โลกุตตรํ เจตนํ

20. โลกุตตรํ จิตฺตํ

วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

28/10/66

จิตเหมือนเหนื่อยมาหลายวัน เหมือนตั้งแต่กลับจากหลวงตาคราวก่อน
เห็นความ "ตั้งรู้" "จะต้องรู้" "ไม่ยอมถอน"

ประกอบกับความเหนื่อยหน่ายที่นั่งทบทวนอยู่ทุกวันว่าทำอะไรอยู่เนี่ย
เป็นตัณหาที่วนไปวนมา แบบ pin point ไม่ได้ 

จนไปนอนแล้วบอกกับตัวเองว่าขอหลับหน่อยเถอะ 
เหมือนไม่ได้นอนมาเป็นเดือนแล้ว
ภายในมีการยื้อยุดจะเอานิพพานแบบไม่ประเจิดประเจ้อ
แต่เหนื่อย

ในฝัน
เด็กน้อยคนหนึ่งไม่ยอมข้ามฟากไปฝั่งโน้น
บอกไม่จบชาตินี้หรอก

ใจตอบ
ไม่เป็นไร

แล้วความเหนื่อยที่ติดมาเป็นเดือน
ก็ถูกสละออก
ไม่สนใจนิพพานไม่นิพพานอีกต่อไป

อิสระและสันติก็คืนมา

การเอาธรรมะมาใช้ในชีวิตจริง?

 การเอาธรรมะมาใช้ในชีวิตจริง?

มันไม่ใช่การเอามาใช้ในชีวิตจริง

แต่เป็นเหตุการณ์ในชีวิตจริงที่เจอแล้วเคยไม่เข้าใจ กลับเข้าใจขึ้นมา และไม่รังเกียจไม่ได้ผลักไสปรากฏการณ์

NbN

หลุดแล้วค่อยรู้ รู้อยู่ไม่หลุด

หลุดแล้วค่อยรู้ รู้อยู่ไม่หลุด

มันจะต้องไปสุดของมัน สุดหลงจึงสิ้นหลง

แต่ตอนฝึกๆๆๆ ไป ไม่เห็นหรอกว่ามันจะหลุดอย่างไร

ไม่เห็นรอยต่อ จะไปขอให้เห็น ก็จะคาอยู่อย่างนั้น

วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ว่าด้วยผ้า

  • ความยาวจีวรที่เหมาะสม ความสูง + 30 เมตร (เกิน 5 ปัดขึ้น, ต่ำกว่า 5 ปัดลง) ปกติความสูงชายได้สัก 2.5 เมตรกำลังดี, ถ้า 1.8 เมตร มักจะต้องให้เณรใช้
  • ผ้ามัสลิน ใส่สบาย
  • ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่พระใหม่จะไม่ได้ใช้ทั้งไตร มักใช้แค่อังสะ, สบง, จีวร (พวกผ้ารัดเอว, ผ้ารับประเคน ไม่ค่อยได้ใช้) 
  • อังสะคือที่คล้ายๆ เสื้อกล้าม ถ้าเป็นซิปตอนนอนจะเจ็บ มี 4 กระเป๋ากะลังดี

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566

สวดมนต์

คือการทบทวนสิ่งที่ได้เข้าใจแล้ว

ไม่ใช่การท่องบ่นคำที่ไม่มีความหมาย