เมื่อเช้าชั่วขณะหนึ่ง ก็เกิดความรู้สึกว่าแม่ที่น่ารักก็มีอยู่ชั่วคราว เดี๋ยวก็มีแม่ที่ไม่น่ารักเข้ามาอยู่ แล้วเดี๋ยวก็เป็นอื่นๆ แม่มีหลายคน ทั้งที่น่ารักและไม่น่ารักก็ไม่ได้อยู่ที่ไหนสักที่เดียว
อะไรบางอย่างก็เห็นในผู้อื่นก่อน
ยังไม่เห็นในตัวเอง
-------
ในแว่่บขณะเหลือบไปมองกระจก
เป็นอัตโนมัติที่จะมองตา แล้วก็หาว่าเอ๊ะ จิตอยู่ไหนหนอ
วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
美人计
ต้นเหตุมาจากรูปนี้
ตามด้วยความเห็นเกี่ยวกับความเป็นหญิงมากมาย
อ่านแล้วประหลาดใจที่อารมณ์เข้าข้างหญิงไม่ได้เกิดเหมือนเมื่อก่อน
อ่านแล้วก็แค่ เออ มันก็ความเป็นหญิงล่ะนะ
ว่าแต่คุณเฉินเธอสื่อออกมาในภาพนี้ได้ชัดดีจังเลยนะ
แทบจะเห็น "หญิง" ลอยวาบออกมาจากรูปเรย

(อันนี้ไปเจอมาเพิ่มเติม)
เรื่องพระสุนทรสมุทรเถระ
หญิงย่อมเกี้ยวชายด้วยฐานะ ๔๐ คือ
- สะบัดสะบิ้ง
- ก้มลง
- กรีดกราย
- ชมดชม้อย
- เอาเล็บดีดเล็บ
- เอาเท้าเหยียบเท้า
- เอาไม้ขีดแผ่นดิน
- ชูเด็กขึ้น
- ลดเด็กลง
- เล่นเอง
- ให้เด็กเล่น
- จูบเอง
- ให้เด็กจูบ
- รับประทานเอง
- ให้เด็กรับประทาน
- ให้ของเด็ก
- ขอของคืน
- ล้อเลียนเด็ก
- พูดดัง
- พูดค่อย
- พูดคำเปิดเผย
- พูดลี้ลับ
- (ทำนิมิต) ด้วยการฟ้อน ด้วยการขับ ด้วยการประโคม ด้วยการร้องไห้ ด้วยการเยื้องกราย ด้วยการแต่งตัว
- ซิกซี้
- จ้องมองดู
- สั่นสะเอว
- ยังของลับให้ไหว
- ถ่างขา
- หุบขา
- แสดงถัน
- แสดงรักแร้
- แสดงสะดือ
- ขยิบตา
- ยักคิ้ว
- เม้มริมฝีปาก
- แลบลิ้น
- เปลื้องผ้า
- นุ่งผ้า
- สยายผม
- เกล้าผม
70/30
3 กุมภาพันธ์ 56
บันทึกย้อนหลัง
ไปฟังพระอาจารย์ที่วัดสนามในมา
ท่านพูดถึงเรื่อง 70/30
ความหมายคือ ...จำไม่ได้แล้ว
(นึกออกแล้วมันคือในการทำงาน ให้ใส่ใจในงาน 30 ใส่ใจในตัว 70)
พักหลังๆ เมื่อฟังเทศน์จะค่อนข้างไวต่อคำว่า "ชัด" "แม่น"
นี่คงเป็นสิ่งที่ขาดอยู่
มันรู้แต่มันรู้ไม่ชัด มันจึงจับเอามาใช้ไม่ได้ทันท่วงที และไม่ได้ประโยชน์เ่ท่าที่ควรจะเป็น
ได้ยินคำว่า อภิ-
มีฉันทะ ให้เป็นอภิสังขาร
มีวิริยะให้เป็นอภิสังขาร
เรื่อยไปจนถึงวิมังสาเป็นอภิสังขาร
อันนี้เริ่มต้นต้องมีฉันทะ ทำแล้วไม่มีฉันทะให้ถอยออกมาดูเลยเกิดอะไรขึ้น
คำว่าอภิสังขาร หมายถึง มีความเกิดขึ้นจนเป็นอัตโนมัติ
ท่านว่าใหม่ๆ จะต้องคอยหมั่นฝึกให้มันอยู่ตัว
-----------------------------------------------
บันทึกย้อนหลัง
ไปฟังพระอาจารย์ที่วัดสนามในมา
ท่านพูดถึงเรื่อง 70/30
ความหมายคือ ...จำไม่ได้แล้ว
(นึกออกแล้วมันคือในการทำงาน ให้ใส่ใจในงาน 30 ใส่ใจในตัว 70)
พักหลังๆ เมื่อฟังเทศน์จะค่อนข้างไวต่อคำว่า "ชัด" "แม่น"
นี่คงเป็นสิ่งที่ขาดอยู่
มันรู้แต่มันรู้ไม่ชัด มันจึงจับเอามาใช้ไม่ได้ทันท่วงที และไม่ได้ประโยชน์เ่ท่าที่ควรจะเป็น
ได้ยินคำว่า อภิ-
มีฉันทะ ให้เป็นอภิสังขาร
มีวิริยะให้เป็นอภิสังขาร
เรื่อยไปจนถึงวิมังสาเป็นอภิสังขาร
อันนี้เริ่มต้นต้องมีฉันทะ ทำแล้วไม่มีฉันทะให้ถอยออกมาดูเลยเกิดอะไรขึ้น
คำว่าอภิสังขาร หมายถึง มีความเกิดขึ้นจนเป็นอัตโนมัติ
ท่านว่าใหม่ๆ จะต้องคอยหมั่นฝึกให้มันอยู่ตัว
-----------------------------------------------
วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556
28 ม.ค.2556
28 ม.ค.2556
- ให้ทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับความปกติ (สภาวะก่อนเกิด) การมีสติเพียงชั่วขณะที่เกิดเรื่องจะกลับกลายเป็นว่า เราจำได้แต่สภาวะอันทนได้ยากนั้น
วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556
24 ม.ค.2556
ก่อนไปวัดสองวัน นั่งแปลงานอย่างเหนื่อยอ่อน
พบว่าเมื่อร่างกายเหนื่อย จิตใจจะทดท้อหดหู่อยากดับเครื่องชัทดาวน์ไปทั้งอย่างนั้นเลย
กลับมาบ้านเห็นนายป่วย ใจก็เฉยไม่อินังขังขอบ
แต่ดูเหมือนเฉยเพราะไม่แรงจะขยับ มีอะไรก็แก้ๆ ไป
ยังชัทดาวน์ไม่ได้ก็ทำไป จะว่าไม่มีสติก็ไม่เชิง จะว่ามีสติแจ่มใสก็ไม่ใช่
มันก็อย่างนั้น
พบว่าเมื่อร่างกายเหนื่อย จิตใจจะทดท้อหดหู่อยากดับเครื่องชัทดาวน์ไปทั้งอย่างนั้นเลย
กลับมาบ้านเห็นนายป่วย ใจก็เฉยไม่อินังขังขอบ
แต่ดูเหมือนเฉยเพราะไม่แรงจะขยับ มีอะไรก็แก้ๆ ไป
ยังชัทดาวน์ไม่ได้ก็ทำไป จะว่าไม่มีสติก็ไม่เชิง จะว่ามีสติแจ่มใสก็ไม่ใช่
มันก็อย่างนั้น
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556
21 มกราคม 2556
21 มกราคม 2556
- ง่วงมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ นอนหลับไม่ฝันแต่ตื่นมาเหมือนยังไม่ได้นอน มาหายตอนที่ได้ไปหาหลวงพ่อสมบูรณ์ เข้าใจว่าเป็นเพราะดูความรู้สึกไม่ชัด พอท่านบอกว่ามันง่วงก็ดูไป ความง่วงมันมีลักษณะเป็นอย่างนี้นั่นแหละ มันก็เป็นอย่างเงี้ยๆ มันก็วางได้
- ข้อสังเกตที่ได้ก็คือ ช่วงแรกมันมีความไม่แน่ใจว่าเป็นอาการง่วง"ทางกาย" หรือว่า "ทางใจ" เพราะดูจะไม่มีเหตุทั้งสองอย่าง
- แต่พอตอนหลังมาคิดว่า อาการง่วงนั้นไม่ได้อยู่ตลอด เวลาทำงาน หรือตั้งสมาธิจริงจังมันก็พอจะต้านอยู่ได้ ก็น่าจะบอกอะไรบางอย่างได้
- เมื่อคืนขณะกำลังเคลิ้้มๆ จะหลับ ได้ยินนายส่งเสียงเล่าอะไรบางอย่าง พบว่ามันเกิดความรับรู้ขึ้นไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นความรู้สึกว่ามีอะไรถูกใส่เข้ามาร่างกาย เหมือนการเติมสีลงในน้ำแล้วกระจายไปทั่วอย่างนั้น นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ว่านอนแล้วเหมือนไม่ได้นอน เพราะมันถูกกระตุ้นกวนระบบอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกจึงไม่ได้พักอย่างแท้จริง
- เวลาเอาภาพสวยๆ ให้นายดู นายมักจะมีความเคยชินที่ถามกลับมาว่า "นี่ของจริงหรือของปลอม" เป็นที่น่าสังเกตุว่า เป็นกระบวนการตัดสินคุณค่าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
- คำพูดบางอย่างเวลาจะพูดกับใคร หากเขาไม่ได้ปวารณาตัว ก็ไม่ควรพูด ให้อดพูดเสียให้ไ้ด้ ความตัดการพูดไม่ได้ด้วยเกรงใครจะเสียประโยชน์เป็นเพียงกิเลสตัวหนึ่งเท่านั้น เพียงการตัดสินคุณค่าเพียงด้านเดียวว่าดีสำหรับเขาแล้วพูดไปนั้น อาจเสียประโยชน์ เพราะผู้ใหญ่นั้นไม่ใช่เด็ก ความโอนอ่อน ความน้อมรับ ไม่เป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับเด็กซึ่งเป็นธรรมชาติที่ยังไงก็ได้ไม่ตัดสิน
- กระแสความไม่รู้บางอย่างเมื่อทำลงไป บางทีมีความเคยชินที่จะหาความชอบธรรม สอบถามหาความเหมือนกับผู้อื่น แอบอ้างเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ให้คอยระมัดระวังให้ดี
- เมื่อได้พูดบรรยายลักษณะความรู้สึกออกไป ไม่รู้เป็นไงมันกลับมีความรู้สึกว่า "ชัด" ขึ้น น่าแปลกที่ว่าทั้งๆ ที่ "รู้" นั่นก็คือรู้อันเดิม ต่างตรงที่มันพูดหรือไม่พูดออกมา ความ "ชัด" กลับเกิดขึ้น
- รู้แต่ไม่รู้ว่ารู้ นั่นคือความหลงอย่างหนึ่ง
วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556
16 ม.ค.2556 วลีที่ถูกใจ
16 ม.ค.2556
15 ม.ค. 2556
เดินสวนฝรั่งทางแคบโดนชนกระแทกอย่างแรง
มีแต่ความเจ็บ ไม่เห็นโทสะ คิดว่าพูดคุยกับเขาได้ปกติ
แต่กว่าความรู้สึกขอโทษสำหรับการชนยังห่างออกไปอีก 5-6 วิ
- วลีที่ถูกใจวันนี้ "แจ่มแจ้ง จูงใจ แกล้วกล้า ร่าเริง"
- นายโทรมาบอกว่าให้หาโหลดหลวงตาประสงค์มาเก็บไว้ให้หน่อย ชอบฟัง รู้สึกว่าฟังง่ายเข้าถึงกว่าพระปราโมทย์ ตามปกติน่าจะดีใจเหลือเกิน แต่ปรากฏว่าไม่ยินดีเมื่อได้ยินว่าอยากฟังหลวงตาประสงค์ ไม่ยินร้ายเมื่อได้ยินคำเปรียบเทียบหลวงพ่อปราโมทย์
15 ม.ค. 2556
เดินสวนฝรั่งทางแคบโดนชนกระแทกอย่างแรง
มีแต่ความเจ็บ ไม่เห็นโทสะ คิดว่าพูดคุยกับเขาได้ปกติ
แต่กว่าความรู้สึกขอโทษสำหรับการชนยังห่างออกไปอีก 5-6 วิ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)