วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

เก็บคำเก็บความ - DMG ลพ.อำนาจ

สมาธิภาวนาเราต้องทำไปเพื่ออะไร?

อ่ะลอง พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ สักห้าครั้ง
มันจะไปโกรธใครได้มั้ย ใจมันก็ปกติเห็นมั้ย ถ้าเราไม่ทำสมาธิด้วยความโลภ
ลองคิดถึงชื่อนายก, ชื่อพี่นายก, พุทโธๆๆ ห้าครั้ง เห็นมันหายไปไหม เห็นมันดับไปไหม

แต่ละวันเรารับข้อมูลข่าวสารตั้งเท่าไร
ตากระทบรูป หูกระทบเสียง เก็บเอามาเป็นความจำ
จากความจำก็เอามาคิด
จำมาตั้งแต่เด็ก คิดมาตั้งแต่เด็ก แล้วมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดทั้งชาติมั้ย?
มันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ
หลีกหนีไปไหนได้ไหม?
ไม่ได้หรอก

แล้วเอาความจำมาคิดๆ อะไรเกิดขึ้น?
เกิดความชอบไม่ชอบ
สลับวนเวียนกันอยู่อย่างนี้
เราจะต้องสั่นไหวไปกับความกระเพื่อมขึ้นลงอย่างนี้ไปทั้งชาติหรือ

การภาวนาก็เลยทำไปเพื่อให้รู้ว่าไอ้ที่เป็นอย่างนี้มันมีเหตุนะ
มันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นนะ
เมื่อเห็นใหม่ จำใหม่ ก็คิดใหม่ ไอ้ชอบไม่ชอบมันก็เปลี่ยนแปลงไป
เป็นการเข้ามาเรียนรู้ก่อน เข้ามาเตรียมพร้อม
ว่าถ้าหากเราไปเห็นอะไร เราจะได้ระลึกได้ว่ามันเป็นอะไร
เรียกว่ามันเกิดสติขึ้น

อย่างเราคิดดี อารมณ์เราก็ดี หน้าตาเราก็ดี
คิดไม่ดี หน้าตาก็ดูไม่ได้ อารมณ์ก็ไม่ดี
กลับกัน ตอนนี้อารมณ์ไม่ดี ก็สาวไปหาเหตุได้ว่า อ่อ ก็คิดไม่ดีอยู่น่ะสิ
ตอนนี้อารมณ์ดีแจ่มใสเบิกบาน ก็สาวไปถึงเหตุได้ว่า อ่อ เพราะมันคิดดีอยู่นั่นเอง
มันเชื่อมเหตุเชื่อมผลได้เช่นนี้บ่อยๆ ก็จะเกิดเป็นความจำที่ถูก
หาเหตุหาผลที่มาที่ไป ไอ้สิ่งอะไรที่มันส่วนเกินไม่จำเป็นเช่นความโกรธอะไรนี้มันจะสลัดทิ้งไปอัตโนมัติ
เพราะไม่รู้จะทำไปทำอะไร

หลวงพ่อชวนคนอธิษฐานไม่โกรธตลอดชีวิต
ไอ้การอธิษฐานนี่มันประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบนะ
  1. อย่างแรกคือปัญญา คือมันเห็นประโยชน์ของความไม่โกรธ และมันเห็นโทษของความโกรธ มันจึงรู้ว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ
  2. อย่างที่สองคือ สัจจะ เมื่อเห็นอย่างนั้นจึงตั้งใจเอาไว้ว่า จะไม่โกรธนะ
  3. อย่างที่สามคือ จาคะ แต่ถ้าเผลอโกรธ หงุดหงิดขึ้นมา ก็จะรีบสละทิ้งทันที ไม่เก็บเอาไว้ ให้รำคาญใจ
  4. อย่างที่สี่คือ อุปสมะ นั่นคือ เพียรรักษาใจอันปกติที่ไม่โกรธเอาไว้
อย่างเราเป็นคนธรรมดานะ ลองคิดแบบพระโสดาบัณก็ได้
ไม่เกี่ยวกับว่าเราเป็นหรือไม่เป็นนะ แค่ลองคิดแบบท่าน ลองดูสักสามเดือนก็จะรู้ว่าชีวิตเปลี่ยนมหาศาล
พระโสดาบัณเขาคิดอย่างนี้นะ
  1. เขาคิดแบบเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และ
  2. เขาไม่คิดว่าความทุกข์นั้นเกิดจากผู้อื่นทำ (รวมทั้งไม่คิดว่าเกิดจากเราทำเอง)
ในเรื่องการเห็นอกเห็นใจ มุมมองมองโลกในแง่ดี แบ่งปันกัน จิตใจอันละเมียดละไมมันมีอยู่แล้วไม่ได้หายไปไหน ไอ้เรื่องราวพวกแรงบันดาลใจให้เก็บใส่ในคอลเล็กชั่นเอาไว้เรย อย่างหลวงพ่องี้มีคอลเล็กชั่นเรื่องเหล่านี้เยอะแยะไปหมดเลย เป็นสิ่งที่ได้ยินได้ฟังแล้ว โอ้โห มันช่างเป็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่ ละเอียดอ่อน อ่อนโยนอะไรขนาดนี้นะ ลองคิดดุสิ ถ้าเราได้ยินได้ฟังเรื่องนี้ ความจำมันก็จะเป็นเรื่องดีๆ ความคิดก็จะเป็นเรื่องดีๆ การกระทำเราก็จะเป็นเรื่องดีๆ แล้วก็เล่าต่อบอกต่อเป็นเรื่องดีๆ จากเล็กมันก็จะขยายสู่มหภาค เราอย่าคิดว่าเราทำอะไรไม่มีผลกระทบต่อคนอืนนะ มันมี ในรุปแบบที่เราคาดไม่ถึงเลยล่ะ

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

ใครดูถูกดูหมื่นศิลปะ


ใครดูถูกดูหมื่นศิลปะ   
อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์
ราวลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏ  
ใจมืดจัดกว่าน้ำหมึกดำ

เพียงกินนอนสืบพันธ์นั้นฤา   
ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ
หยาบยโสกักขฬะอธรรม   
เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์

ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์   
จงผุดเกิดในร่างดิรัจฉาน
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน   
ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์เอย .

อังคาร กัลญาณพงศ์

ฉันทะ

แท้จริงแล้วการที่คนคนหนึ่งไม่มีฉันทะกับสิ่งใด
มันก็แห้งแล้งเอาการอยู่
สำคัญก็ต้องรู้ให้มาก
เพราะคุณไม่มีก้อนเมฆแห่งสวรรค์รองรับ
เมื่อตกบัลลังก์ก็คือลงนรกแห่งความสลดหดหู่ เวิ่งว้าง
ซึ่งเป็นเหวที่ลึกเอาการ
ขออย่าได้ใส่ใจกับอาการนั้น
อาการ เป็นสิ่งที่มาแล้วก็ไป
ความหมาย เป็นสิ่งที่คิดเท่านั้นจึงจะเกิดได้
ขอให้โชคดีในการเดินทาง

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศีล

เมื่อใดที่รู้เหตุแห่งสุขทุกข์เมื่อนั้นศีลจะบริบูรณ์

สิ่งนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับฉันทะ
ไปสู่จิตอันเบิกบาน แกล้วกล้า และร่าเริง
ด้วยไม่เหลือความละอายใจใดๆ เป็นภาระจึงสง่าผ่าเผย

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศีล

มิใช่แค่ห้าข้อ
แต่สิ่งใดที่ทำแล้วละอายใจ นั่นละผิดศีล
สิ่งใดแม้ไม่แน่ใจแล้วทำ ผลคือให้คงค้างวนเวียนกับความไม่แน่ใจอันนั้น
น่ะล่ะผิดศีล

่บัณฑิตจึงแนะว่าไม่แน่ใจอย่าทำ
มารจะหลอกล่อให้เวียนวนในความคิดแบบละทิ้้งไปไม่ได้

ความละอายใจมีลักษณะเป็นทุกข์
ทุกข์มีลักษณะร้อน
ความละอายใจเช่นนี้มีสภาวะเป็นอกุศล ให้รีบละทิ้ง
แต่ผลหลังความละอายใจเกิดเป็นความเกรงกลัวที่จะทำในครั้งใหม่
เกิดเป็นความระวังสังวร

ปีติ -

การได้ตักบาตรแบบไม่ได้นึกไม่ได้ฝันนี่
ยังมาซึ่งปีติอย่างยิ่ง พลิกขึ้นจากหล่มหดหู่ได้อย่างอัศจรรย์
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่



วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

เพื่อน

วันก่อนเจอพี่คนหนึ่ง เขาบอกว่าเราเป็นเพื่อน
แม้ในใจจะรู้สึกอึกอักเล็กน้อย แต่ก็นึกขอบคุณเขาหน่อยๆ

มันก็ประหลาดที่แต่เด็กมาไม่เจอใครที่จะสามารถเรียกคำว่า "เพื่อน"
ได้อย่างสนิทปากสนิทใจ

เวลาเจอคำถาม "มีเพื่อนหรือเปล่า" จะเผลอคิดลึกคิดหนักทุกครั้ง
ว่าจะให้ตอบระนาบไหนดี

ด้วยการตีความหมายนีี่่จริงกับเท็จก็เหวี่ยงไปๆ มาๆ เสมอ

เพื่อนมีอยู่ในโลกนี้ไหมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีศัตรู