วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

14/10/57

14/10/57

วันนี้เตรียมตัวตั้งสติแต่เช้า คิดแต่เรื่องดีๆ ทำจิตให้สบายๆ เพราะจะเจอผัสสะแบบเมื่อวาน พอไปถึงที่ทำงานก็พร้อม ... ปรากฏเจ้าตัวยังไม่มา รู้สึกแป้กเล็กน้อย ก็ทำงานไปเรื่อย ถึงตอนบ่ายนั่งทำคอมอยู่ พี่แกก็ปรากฏตัว รู้สึกเหมือนมีตะขาบไต่ที่หัวใจขึ้นทันที T_T แต่ยังไม่ทันอะไร นางก็ต้องไปธุระก่อนแล้วบอกเดี๋ยวกลับมาใหม่ พอกลับมาก็ได้คุยกันไม่มาก เพราะเหมือนมีคนอื่นมาช่วยขัดจังหวะตลอดเวลา ราวกับเทวดาช่วยไว้

กลับบ้านนั่งสมาธิก่อนนอน

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

12 - 13 ต.ค.57

12/10/57

ไปกฐินวัดสวนสันติธรรม ต้องออกบ้านแต่เช้าประมาณตีสี่ ได้พี่+เพื่อนก้อยผู้ใจบุญมารับถึงบ้าน แต่คืนก่อนหน้ากว่าจะเสร็จภาระกิจพักผ่อนได้ก็ปาเข้าไปตีสอง เลยเอาวะคืนนี้ไม่ต้องนอนมันแระ นั่งสมาธิรอ ผลคือกรรมฐานคอหัก 5555 ตั้งใจไปจนเสร็จงานกลับจากวัดว่าจะ ไม่เอาไม่หลับ ง่วงขนาดไหนก็จะเรียกให้ตื่น มันก็อยู่ของมันได้ค่ะ มีความทุรนทุรายจะนอนโผล่ประปรายก็ดูไป ระหว่างวันใจค่อนข้างจะอุเบกขา มีปีติตอนระลึกหยอดตู้ทำบุญ

13/10/57

มาทำงาน เจอผัสสะเป็นมนุษย์ขี้เหงา รู้สึกสงสาร เคยเจอกันมาหลายครั้งแล้ว ปกติเขาเล่าอะไรเราก็ฟัง แรกๆ ก็ฟังดี แต่พอเห็นนางเริ่มเวิ่นเว้อ เราก็เริ่มรำคาญ พอรำคาญแบบไปไหนไม่ได้มันก็หลบสายตา เพราะมันรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังชีวิตแล้วไม่ชอบ พอเป็นต่อไปเรื่อยๆ คราวนี้เกิดจิตขยะแขยง  555 ปัญญาดับ ทำตัวไม่ถูก คราวนี้การแสดงออกมันก็ไม่อยู่แค่ที่จิตแล้ว เริ่มตัดบทการสนทนา ตามด้วยตัวเองก็รู้สึกผิดที่เหมือนไปมีไมตรีกับเขาไว้แล้วตัดฉับอย่างนั้น ... กลับมานั่งทบทวนตัวเอง นี่หนูควรทำยังไงดีเนี่ย พรุ่งนี้ต้องเจออีกแล้ว เรามันมนุษย์แรงน้อย~~~

ระหว่างที่คิดถึงเขา ใจก็เกิดความขยะแขยงขึ้นมา เลยเลิกคิด เพื่อนก้อยให้ข้อธรรมเสริมมาว่าการคิดถึงความไม่ดีคนอื่นก็เหมือนขับไล่พุทธองค์ออกจากหัวใจ ใช่เลย คาถานี้แหละ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ


วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

8/10/57

8/10/57

เกิดภาวะหิวแบบกินอะไรก็ไม่อิ่ม แปลงร่างเป็นมนุสสเปโต ใจที่ไม่พอนี่ทรม๊าน ทรมาน กลับบ้านสวดมนต์หลายบท พอถึงบทเมตตปริตรรู้สึกดีกว่าบทอื่น

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

6/10/57

6/10/57

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน อยู่ๆ ก็นึกถึงเพลงๆ หนึ่งขึ้นมาที่ไม่ได้ฟังมานานแล้ว เพลงนี้ตอนเด็กๆ ติดใจ ฟังทีไรก็เศร้า หดหู่ แต่วันนี้นึกขึ้นมาก็เฉยๆ ไม่อิน ห่างๆ ออกมา แต่เห็นมันรีเพลย์ซ้ำไปมาและมีความรู้สึกว่าขาดอะไรไปสักอย่าง ดูเป็นความพยายามระลึกว่าเดิมมันเคยรู้สึกยังไงเมื่อฟังเพลงนี้

สักพักก็นึกถึงสภาวะเดียวกันที่เจอระยะนี้แต่ด้วยเหตุอื่น มันมีสภาพรีเพลย์ซ้ำแล้วก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรสักอย่างไปเหมือนกัน เลยเทียบว่า อ่อ มันคงเป็นภาวะที่จิตมันพยายามระลึกอะไรล่ะมั้ง แล้วก็เอะใจว่า เดี๋ยวนะ...เราไม่เคยมีเหตุการณ์ให้เกิดสภาวะอะไรแบบนั้นนะจากเหตุที่ว่านี้นะ 555 คิดแล้วขนลุก หลอนตัวเองก็เป็น :P

ตอนเย็นไปสวดมนต์นั่งสมาธิที่วัดปทุม ก่อนนอนนั่งสมาธิ 20 นาที


3-5 ตุลาคม 57

3-5 ตุลาคม 57

ระหว่างวันหรือระหว่างเดินทางเป็นธรรมเสียบหูฟังไปเรื่อยๆ เริ่มเกิดความรู้สึกละอายที่จะส่งการบ้าน เพราะไม่ได้ทำ ไม่มีส่ง ครั้นจะบรรยายสภาวะก็รู้สึกถึงการเจือความคิดอยู่มาก แง ขอโทษค่ะ T_T


5/10/57

5/10/57

วันอาทิตย์ไปฟังธรรม หลวงพ่อท่านพูดถึงไตรลักษณ์ รู้สึกถึงความสั่นไหวของทุกขัง คนทำบุญหน้าตาอิ่มเอิบจริง

มีคำพูดนึงที่เกิดปีติ "ภาวนาไปจะได้ความสุขจากการปล่อยวาง ใหม่ๆ ปล่อยอารมณ์ก็มีความสุข ภาวนาต่อไปจนปล่อยขันธ์ได้ก็จะมีความสุขยิ่งกว่านี้อีก มีแต่พระพุทธเจ้านะที่สอนแบบนี้ได้"

เจอองค์ประกอบที่จะก่อรูปเป็นราคะแระ มันคือ "春" มิน่าจึงต้องพิจารณาอสุภะตัดกัน ให้เกิดเป็นมรณานุสติ พอจิ๊กซอว์ต่อติดแบบนี้ขอให้ระวังกามวิตกไว้

จริงกิเลสมันก็ไม่ได้เกิดง่ายๆ นะ องค์ไม่ครบ ผัสสะไงก็ไม่เกิด เจอสุภะนิมิตทีเดียวได้เรื่องเลย ดูมันหาช่องไปของมันจนได้นะ ราคะเกิดแล้ว รู้สึกราวเป็นแหล่งพลังงานเอื่อยๆ ไม่รู้ว่าจิตจะลงสมดุลของพลังงานองค์รวมรึป่าวเลยออกมาแบบนี้ เนื่องจากเห็นอีกฝ่ายกำลังตก

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

1/10/57

1/10/57

นั่งอ่านบทสนทนาธรรมของเพื่อนสองคน เกิดปีติ ^_^

2/10/57

หลังเลิกงานรู้สึกง่วงนอน คำตัดพ้อน้อยใจไหลมาสารพัด ทำไมชีวิตตรูมันบัดซบงี้ว๊า จะกินไม่ได้กิน จะนอนไม่ได้นอน บลาๆ ก็ดูมันไป เหมือนส่วนหนึ่งมันก็บ่นไป ส่วนกายก็ขยับเคลื่อนไหวไป สงสัยง่วงเกินกว่าจะเอาเรื่องเอาราว เห็นคนใกล้ตัวสภาพไม่ต่างกัน ง่วงแสนง่วงแต่ไม่ยอมนอน เพราะรู้สึกว่าทำงานมาทั้งวันยังไม่ได้เสพอะไรเลย เห็นแล้วสงสารมาก