วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

ลำนำจักรยาน

มียวดยาน ไม่ปั่น มันคันขา
เหมือนมีบ้าน ประดับประดา ไม่อาศัย
ว่าแล้ว ก็เลยออก ถีบปั่นไป
ยังไม่รู้ ไปยังไง คงมีทาง

ออกจากซอย ค่อยๆ ส่อง มองซ้ายขวา
คอหมุนๆ แทบหลุดมา เป็นกังหัน
ทั้งเสาไฟ อิฐไม้ท่อ ว๊ายหลบทัน
ฉับพลัน เจอคน เกือบโครมคราม

ขี่ได้ที่ อาหาร กำลังย่อย
ก่อนเข้าซอย ค่อยเลาะ ตามคูหา
อุเหม่ นั่นอะไร กลางมรรคา
อะไรหว่า คล้าย.... เกลื่อนกระจาย

ถ้าท่านไป ขอให้ สุคติ
อย่าดำริ มัวเมา ในโมหา
ถ้าท่านอยู่ ขอให้หาย คลายกายา
เร่งฟื้น คืนขวัญมา เร็ววันเทอญ

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สีลานุสติ

ผลของการละเมิด

  1. สิ่งที่ครูบาอาจารย์เตือน
  2. สิ่งที่ใจน้อมไปแล้ว
คือ ใจมืดอย่างมาก ลมหายใจติดขัด ธาตุขันธ์กระวนกระวาย

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

三从四德 สามสิ่งที่ควรคล้อยตาม สี่ความดีงามที่ควรกระทำ

三从
未嫁从父 ก่อนแต่งคล้อยตามบิดา
既嫁从夫 หลังแต่งคล้อยตามสามี
夫死从子 สามีตายคล้อยตามบุตร

四德
妇德
妇言
妇容
妇尊

老婆命令要服从 ภรรยาออกคำสั่งควรปฏิบัติตาม
老婆出门要跟从 ภรรยาออกจากบ้านควรติดตาม
老婆讲错要盲从 ภรรยาพูดผิดควรคล้อยตาม

老婆化妆要等得 เมียจะแต่งหน้าต้องรอได้ (คือความดีงาม)
老婆花钱要舍得 เมียจะซื้อของต้องจ่ายได้ (คือความดีงาม)
老婆生气要忍得 เมียโมโหต้องอดทนได้ (คือความดีงาม)
老婆生日要记得 วันเกิดเมียต้องจำได้ (คือความดีงาม)

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บริขาร 7 ของอริยสัมมาสมาธิ

ภิกษุทั้งหลาย ในบรรดาองค์เจ็ดแห่งอริยสัมมาสมาธินั้น
สัมมาทิฏฐิเป็นธรรมนำหน้า นำหน้าอย่างไร?

คือ เขารู้มิฉาอาชีวะ ว่าเป็นมิจฉาอาชีวะ
รู้สัมมาอาชีวะ ว่าเป็นสัมมาอาชีวะ
ความรู้ของเขานั้น เป็นสัมมาทิฏฐิ

ภิกษุทั้งหลาย "มิจฉาอาชีวะ" เป็นอย่างไรเล่า?

การพูดโกหก, การพูดหลอกลวง, การพูดหว่านล้อม, การพูดทำให้เจ็บใจจนต้องยอมตกลง, การล่อลาภด้วยลาภ ภิกษุทั้งหลาย นี้คือ มิจฉาอาชีวะ

ภิกษุทั้งหลาย "สัมมาอาชีวะ" เป็นอย่างไรเล่า?

ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวแม้สัมมาอาชีวะว่ามีอยู่ ๒ ชนิด คือ
๑. สัมมาอาชีวะที่ยังเป็นไปด้วยอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ มีผลเนื่องอยู่กับของหนัก และ
๒. สัมมาอาชีวะอันเป็นอริยะ ไม่เป็นไปด้วยอาสวะ เป็นองค์ประกอบแห่งหนทางเพื่อนิพพานก็มีอยู่

ภิกษุทั้งหลาย สัมมาอาชีวะที่ยังเป็นไปด้วยอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ มีผลเนื่องอยู่กับของหนัก นั้นเป็นอย่างไรเล่า? 

ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในกรณีนี้ละมิจฉาอาชีวะแล้ว สำเร็จการเป็นอยู่ด้วยสัมมาอาชีวะ ภิกษุทั้งหลาย นี้คือ สัมมาอาชีวะที่ยังเป็นไปด้วยอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ มีผลเนื่องอยู่กับของหนัก

ภิกษุทั้งหลาย สัมมาอาชีวะอันเป็นอริยะ ไม่เป็นไปด้วยอาสวะ เป็นองค์ประกอบแห่งหนทางเพื่อนิพพาน นั้นเป็นอย่างไรเล่า?

ภิกษุทั้งหลาย ธรรมคือ การงด การเว้น การเว้นขาด และเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากมิจฉาอาชีวะ ของผู้มีอริยจิต ของผู้มีอานาสวะจิต ของผู้เป็นอริยมัคคสมังคี ผู้เจริญอยู่ซึ่งอริยมรรคใดแล ภิกษะทั้งหลาย นี้คือสัมมาอาชีวะอันเป็นอริยะ ไม่เป็นไปด้วยอาสวะ นำขึ้นสู่ระดับเหนือโลก เป็นองคืประกอบแห่งหนทางเพื่อนิพพาน

เขานั้น เพียรพยายามละเสียซึ่งมิจฉาอาชีวะ เพื่อทำสัมมาอาชีวะให้ถุงพร้อม ความพยายามของเขานั้น เป็นสัมมาวายามะ

เขามีสติละเสียซึ่งมิจฉาอาชีวะ มีสติทำสัมมาอาชีวะให้ถึงพร้อม แล้วแลอยู่ สติของเขานั้นเป็นสัมมาสติ

ด้วยอาการอย่างนี้ เป็นอันว่า ธรรม ๓ อย่างนั้น ย่อมติดตามแวดล้อม ซึ่งสัมมาอาชีวะ

สามอย่างนั้นได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาวายามะ สัมมาสติ






วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กินเลือด กินเนื้อ

ตั้งแต่อยู่วัด มีบางช่วงที่รู้สึกถึงว่าความคงอยู่ของสังขารนี้ วางทับอยู่บนกองของเหตุปัจจัยมากมาย มากจริงหนอ ลำบากจริงหนอ

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปฏิเวธ

ชีวิต คือ เกิด-ดับ
เรา คือ ความเข้าใจผิด

ชีวิตคือ ความเกิดดับ อันว่องไวมาก
ตัวเรา เกิดขึ้นเพราะไม่เคยเห็นความเกิดดับอันว่องไวอันนั้น เป็นเงาแห่งความสืบต่อ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัดภพตัดชาติ 58 ปริยัติ - ปฏิบัติ - ปฏิเวธ

ภาค 1 ปริยัติ

ลพ.อำนาจ

  • สังขาร เกิดจากตัณหา อันเวทนา ที่อวิชชาสัมผัส
  • ไม่สำคัญเห็นว่า ตนเป็นรู
    ไม่สำคัญเห็นว่า มีตนที่มีรู

    ไม่สำคัญเห็นว่า มีตนในรู

    ไม่สำคัญเห็นว่า มีรู
    ปในตน
  • เห็น ตามเห็น พิจารณาเห็น สำคัญเห็น คำใดก็ได้ที่ใจเลื่อมใส สภาวะเดียวกัน
  • สัจจานุโลมิกญาณ ขาด ทานและขันติ เวลานั่งสมาธิให้ตื๊อๆ มันหน่อย แล้วยังไงต่อๆ
  • ทำวัตรคือทำกิจวัตร

ลพ.ปารมี

  • ที่สำคัญคืออย่าท้อนะ ผลมันจะมีเวลาออกผลของมันเอง เราสร้างเหตุไป เราเพียรไป พระอาจารย์เมื่อก่อนไปธุดงค์ อดข้าวสามวันสี่วันมันท้อนะ ว่าเรามาทำอะไรอยู่นี่ แต่พวกนี้มันเป็นบารมีนะ เขาเรียกขันติบารมี มีบางคนถามว่าพระอาจารย์ทำได้ไง สร้างวัดอะไรใหญ่โตทำโครงการอะไรได้ตั้งขนาดนี้ เขาไม่รู้นะ พระอาจารย์สวดมนต์มาทุกวันวันละเป็นชั่วโมงมาตั้งแต่เด็ก สวดไปๆ นิสัยมันมาทางนี้ จนเดี๋ยวนี้ปฏิบัติอะไรก็ไม่มีรูปแบบแล้ว แต่กว่าจะมาเป็นแบบทุกวันนี้ก็หนักหนาสาหัสมากนะ
  • ไปอินเดีย ถ้ามีโอกาสให้ไปนะ ทำไมจะไม่ไปล่ะ ไปดูบ้านเกิดพ่อของเรา อย่าว่าแต่เป็นโยมเลย พระอาจารย์ไปเห็นก็ร้องไห้นะ ท่านลำบากขนาดนี้ สร้างบารมีมาขนาดนี้ เพื่อนำความรู้มาบอกมาสอนพวกเรา มาบอกทางให้เรา

ลพี่.เล็ก
  • ความเฉยๆ เนี่ยบางทีมันดูยาก เพราะมันเนียน แต่ว่ามันแยกได้ ต้องสังเกต ต้องแยบคาย
  • สังเกตลักษณะของการคว้าจับ
  • ภาวนาให้สนุก!!

ลพี่.ชาติ
  • ขันธ์ 5 เป็นครู
    อายตนะ 6 เป็นครู
    ผัสสะเป็นครู
  • ภาษามันลำบากนะ สื่อสภาวะ บางทีใช้ภาษาแล้วมันก็มาติดที่ภาษานี่ล่ะ มันเป็นสังขาร เราเรียนแล้วเราก็ต้องสรุปส่วนที่เราจะนำมาใช้ให้ได้ คือ จุดที่ต้องเคลียร์ก็ต้องเคลียร์ให้ผ่าน ภาษาจะเป็นยังไง ไม่เข้าใจติดไว้ก่อน ภาวนาดูลงไปเงียบๆ ยังไม่ต้องไปใส่ชื่อ
  • อย่างคำว่าไม่มีตัวตนน่ะ แต่มันรู้สึกว่ามันมีใช่มั้ย มันก็คือมันมีนั่นล่ะ แต่ความหมายคือมันไม่ถาวร คือตัวตนมีแต่ไม่ถาวร ถ้าพูดแบบนี้ใจยอมรับได้มั้ย เลือกใช้คำไหนก็ได้ที่ใจมันเลื่อมใส
  • การใส่ชื่อเป็นสังขาร
  • การมองเห็นนี่มันจะเห็นทั่วๆ นะ คือไม่ได้ไปตั้งใจดูหรอก แต่มันรู้ โฟกัสนี่ก็เป็นอุปาทาน จิตมันไปจับจ้อง
K.ปั๋ม
  • อทุกขมสุขเวทนา คือเวลาส่วนใหญ่ในชีวิต 
  • การปฏิบัติเกิดแว้บ ณ ผัสสะ 
  • 12 อาการแห่งปฏิจจะสมุปบาท เกิดพร้อมกัน
  • ขันธ์ 5 มิได้มีตลอดเวลา แม้กระทั่งรูป
  • รู้แบบไม่ลุ้น
พี่คนหนึ่ง
  • ผมสังเกตคำถามแล้วเนี่ย เห็นว่ามีจุดอ่อนคือสติ หลวงพ่อสอนเรื่องระดับแอดวานซ์อย่างไรก็ตาม หากฐานสติยังไม่มั่นคง ยากจะไปต่อได้
K.ธนา
  • สังขารมีลักษณะคล้ายกับอุปาทาน แต่ดิบกว่า