วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560

ทิฏฐิ

มิจฉา = มีตัวตน

  • มีตัวตนตลอดกาล (สัสสต เป็นทิฏฐิ)
  • มีตัวตน แต่ตายได้ (อุจเฉท เป็นทิฏฐิ)
สัมมา = ไม่มีตัวตน

ภาวะตัณหา (ตัวตนเที่ยง) อยากมีตัวตน
วิภวตัณหา (ตายได้นิ) อยากตาย

เห็นถูกจะแก้ตัณหา
เห็นผิด ก็เป็นตัณหานั่นแหละ

นิโรธตัณหา

อยากไปนิพพานเป็นตัณหามั้ย?

งงสิ อันนี้ก็โง่ไม่รู้เรื่อง ไม่เรียนให้ดีๆ
นิพพานเป็นอารมณ์ของตัณหาได้ที่ไหนเล่า
งมโข่งไปถูกหลอกอีก อย่าอยากไปเลยนิพพาน เดี่ยวจะเป็นตัณหา

นิพพานนั้นท่านให้อยากเยอะๆ
ให้อยากไปเลย
เวลาปฏิบัตินี้ให้ปฏิบัติโดยอิงอาศัย
วิเวก
วิราคะ
นิโรธ
น้อมไปใน โวสสัคคะ
ท่านให้เจริญ ให้กระทำให้มากๆ

อยากไปให้เยอะๆ เลย
ทำอะไรก็ให้อยากไปนิพพานไว้

นิพพานนั้นเป็นอารมณ์ให้ตัณหาไม่ได้
อยากไปนิพพานเสมอก็คือไม่ให้เกิดตัณหานั่นแหละ
ถ้าไม่มุ่งนิพพานสิ ตัณหาคปด.เรียบร้อย

เวลาทำอะไรต่างๆ อย่าน้อมไปรับผล
ให้น้อมไปนิพพาน

นิโรธตัณหา ตามความหมายในอภิธรรม
คือ ความกำหนดที่สหรคตด้วยอุจเฉททิฏฐิ
ไม่ได้แปลว่า ตัณหาในนิพพาน


ติดฌาน

ตอนเข้าฌานไม่ติด
ติดตอนออกมา

เมื่อกี้ดีนะ....

ติดภาวะในฌาน เช่น วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เวทนาในฌาน

นั่งอยู่ ว่างๆ สบาย ว่างแล้วสบาย ไม่มีอะไร blankๆ เบลอๆ ไม่มีอะไรในสมอง
อันนี้เป็นกามตัณหา เพราะไม่ถึงอรูปธาตุ

เบลอๆ blankๆ นี่เป็นจิตโมหะ
จิตโมหะจะเป็นอะไรก็ ก็กามธาตุแหละ
กิเลสอยู่กามเท่านั้น

รูปราคะ
ไม่ใช่ติดรูป
คือติดองค์ฌาน

อรูปราคะ
อารมณ์เปลี่ยนเป็นความว่าง
เยือกเย็น มีสันติสุขมาก
คล้ายนิพพาน
ตัวรู้เด่นดวงไม่มีที่สุด
อากาศไม่มีที่สุด
แต่ก็ไม่ใช่นิพพาน
อรูปฌานก็เป็นสังขาร เกิดดับเช่นกัน
แต่เป็นด้านจิต การจะเห็นเกิดดับก็ยาก
คนโดยมากไม่ได้ตรวจสอบว่ากิเลสยังฟุ้งมั้ย

ตอนเข้าร่มเย็น แต่ออกมาก็ไม่ร่มเย็นเหมือนเดิม
กิเลสก็ยังฟุ้งได้
ไม่ใช่ทาง

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

อาการของเมตตา


  1. ไม่โกรธ
  2. ทนได้


ฝึกเมตตา พิจารณา 2 ประเด็น

  1. โทษของโกรธ
  2. อานิสงส์ของขันติ
สัมมาทิฏฐิ = รู้จักของมีโทษว่ามีโทษ

เรารักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด
คนอื่นก็ฉันนั้น

พอเพี้ยนจะไม่เป็นมรรค
ไม่ได้ฝึกตน กลายเป็นทนถึกทำไปอย่างนั้น

เจริญมรรคไม่รอให้ใครดีไม่ดี
เราก็เจริญมรรคไป

ให้กำลังใจ
ให้โอกาสเสมอ
ทำไม่ได้ก็ เอาใหม่ๆๆๆ พูดได้อย่างเดียว
เป็นเพื่อนเขา จนตายก็เลิก

เมตตาเป็นองค์ประกอบของมรรค
อยากไปนิพพานต้องเมตตาให้ได้

การหัดเจริญเมตตา จริงๆ ก็คือการมาดูให้เห็นลักษณะ
หัดเจริญกับคนที่รักก่อน บางทีดูลำบาก เพราะมันใกล้กับราคะ
คือ ให้อภัยได้เสมอ แต่อาจแยกไม่ออกกับความโหยหาขอแค่ให้กลับมา บลาๆ
เจริญราคะ หรือเจริญเมตตาบางทีมองไม่ออก

เวรีบุคคล เช่น ผู้ที่เอาสายตาไป

หมดวิตก หมดเสียดาย หมดหมายปอง

ดวงเอ๋ยดวงจิต
ลืมสนิท กิจการ งานทั้งหลาย
ย่อมละชีพ เคยสุข สนุกสบาย
เคยเสียดาย เคยวิตก เคยหมายปอง

ละทิ้งถิ่น สำราญ เบิกบานจิต
ซึ่งเคยคิด ใฝ่เฝ้า เป็นเจ้าของ
หมดวิตก หมดเสียดาย หมดหมายปอง
ไม่ผินหลัง เหลียวมอง ด้วยซ้ำเอย

หวานคำล้ำรสอมฤต

หวานคำล้ำรสอมฤต
ชโลมจิตสร่างโรคโศกศัลย์
น้ำคำน้ำชุบชูชีวัน
ชวนชื่นหื่นหรรษ์ห่มฤดี

คำเพราะเสนาะสนานจิต
ทุกข์หน่ายคลายพิษพูนสุขศรี
ร้อยยาแพทย์ยายาชีวี
ฤาถึงกึ่งวจีเจรจา

คิดนาน

= เริ่มโง่ละ