สู้อัตตาได้มั้ย
ไม่ได้
ไม่ใช่เพราะมันยากเกิน
แต่เพราะมันไม่มีจริง
เราจะไปเอาชนะคนนั้นคนนี้ได้มั้ย
ไม่ได้อีก
ไม่ใช่เพราะเขาแข็งแรง หรือเราอ่อนแอ
เพราะเขาไม่มีจริง
(และเราก็ดันไม่มีจริงด้วย 5555)
สิ่งใดแปรปรวนเป็นธรรมดา
สิ่งใดเลอะเลือนเป็นธรรมดา
สิ่งนั้นเป็นเท็จ
ความคิด
ความเห็น
ความทุกข์
ความสุข
วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561
มโนปวิจารณ์
การทำงานของจิตใจ
จิตใจเป็นผู้สร้าง
เมื่อรับรู้รูป
มีตาไปมองเห็น
ก็เกิดจักขุวิญญาณ
เกิดความรู้สึก พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง อทุกขมสุขบ้าง
พระอรหันต์ก็เกิดความรับรู้ 3 อย่างนี้เหมือนกัน
ท่านก็รู้สึกไป
เสวยเวทนาเจ็บปวดทางกาย หรือเวทนาขั้นตายแหงๆ
ท่านก็รู้ว่าเรากำลังเสวยเวทนา
ใจก็ไม่ทุกข์ร้อนไปด้วย
ไม่ได้มีการกระทำเพื่อเรา เพื่อของเราเกิดขึ้น
ไม่มีบอกว่าดี ไม่ดี
เจ็บก็รู้ "แค่นั้น"
รู้แบบตรงไปตรงมา
ถ้าไม่ "แค่นั้น"
ก็จะมี มันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้
แก้ไขอย่างนั้นอย่างนี้
ทำยังไงถึงจะถูก -- โดนทักก็สะดุ้ง
ปุถุชนทั่วไป
เวทนา ปัจจยา ตัณหา
รับรู้เวทนาแล้วเกิดกิเลส
ก่อให้เกิดอุปาทาน เกิดการกระทำ
เกิดเป็นการกระทำเพื่อตัวเรา
แล้วก็ดันได้มาจริงซะด้วย เกิดภพ เกิดชาติ
จิตใจเป็นผู้สร้าง
เมื่อรับรู้รูป
มีตาไปมองเห็น
ก็เกิดจักขุวิญญาณ
เกิดความรู้สึก พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง อทุกขมสุขบ้าง
พระอรหันต์ก็เกิดความรับรู้ 3 อย่างนี้เหมือนกัน
ท่านก็รู้สึกไป
เสวยเวทนาเจ็บปวดทางกาย หรือเวทนาขั้นตายแหงๆ
ท่านก็รู้ว่าเรากำลังเสวยเวทนา
ใจก็ไม่ทุกข์ร้อนไปด้วย
ไม่ได้มีการกระทำเพื่อเรา เพื่อของเราเกิดขึ้น
ไม่มีบอกว่าดี ไม่ดี
เจ็บก็รู้ "แค่นั้น"
รู้แบบตรงไปตรงมา
ถ้าไม่ "แค่นั้น"
ก็จะมี มันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้
แก้ไขอย่างนั้นอย่างนี้
ทำยังไงถึงจะถูก -- โดนทักก็สะดุ้ง
ปุถุชนทั่วไป
เวทนา ปัจจยา ตัณหา
รับรู้เวทนาแล้วเกิดกิเลส
ก่อให้เกิดอุปาทาน เกิดการกระทำ
เกิดเป็นการกระทำเพื่อตัวเรา
แล้วก็ดันได้มาจริงซะด้วย เกิดภพ เกิดชาติ
อุเบกขาสหคตํ วิจิกิจฉาสมฺปยุตฺตํ - อทุกขมสุข
ทำไมใช้อทุกขมสุข
ทำไมไม่ใช้อุเบกขาเวทนา
เวลาพูดถึงเวทนาชนิดที่เป็นไปในการฝึกฝน
จะใช้เป็นกลางๆ ว่าอทุกขมสุข
เพราะบางทีมันไม่เฉยจริง
เช่น เวลางง
มันอทุกขมสุข + วิจิกิจฉา
หรือบางทีก็ + ฟุ้งซ่าน
วนเวียนไป
บางทีมันกระทบแล้วมันงงๆ
วนเวียนๆ บอกไม่ได้ว่าทุกข์หรือว่าสุข
ไม่รู้ว่าอะไรแน่
อทุกขมสุขนี่ มันกว้างกว่า 'อุเบกขา' บางทีดันใช้แทนกัน
เช่น เวทนาที่เกิดกับความสงสัย หรือฟุ้งซ่าน
มันไม่ได้อุเบกขานะ ไม่เฉยซะหน่อย
แค่บอกไม่ได้ว่าทุกข์ หรือสุขเท่านั้นเอง
ไม่ถึงขั้นทุกข์ แต่ก็ไม่สุข
เวลาพูดถึงอุเบกขา
จะพูดถึงในแง่ปัญญาก็ได้
ในแง่เวทนาก็ได้ ซึ่งมันสามารถซับซ้อนได้หลากหลาย
ถ้าพูดแง่ปัญญาก็จะพูดถึง
เห็นสังขารตามเป็นจริงแล้ววางเฉย
ถ้าพูดถึงแง่เวทนา
ก็จะต้องเป็นเวทนาที่ว่าเฉยจริงๆ
หรือเฉยในเวลาเข้าฌาน
ฌาน 4 เป็นต้นไปก็จะเป็นอุเบกขาเวทนา
อทุกขมสุขนี่จะเป็นคำกลางๆ ซึ่งจะรวมอุเบกขาเวทนาด้วย
ฉะนั้นอุเบกขาเวทนาจะเป็นส่วนหนึ่งของอทุกขมสุข
ดังนั้นเวทนาไหนที่มันไม่ค่อยชัด
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ไม่รู้ว่าเฉย หรือไม่เฉย
หรือว่ามันวนๆ เวียนๆ อยู่
ไม่รู้จะว่าสุขหรือทุกข์ดี
จะเรียกว่าอทุกขมสุข
เวลาปฏิบัติท่านจึงให้ดูอทุกขมสุข
ไม่ได้ให้ดูอุเบกขา
เพราะเอาจริงๆ เราไม่ค่อยเฉยนะ
มันวุ่นวายอะไรก็ไม่รู้
มันวนเวียนอยู่นั่น แต่ไม่รู้ว่าสุขหรือทุกข์
เพราะบางทีมันเกิดกับความสงสัย
สงสัยนี่มันไม่เฉยนะ
อุเบกขาสหคตํ วิจิกิจฉาสมฺปยุตฺตํ
ลองดูมันไม่ได้อุเบกขาแบบชัดๆ นะ
ทำไมไม่ใช้อุเบกขาเวทนา
เวลาพูดถึงเวทนาชนิดที่เป็นไปในการฝึกฝน
จะใช้เป็นกลางๆ ว่าอทุกขมสุข
เพราะบางทีมันไม่เฉยจริง
เช่น เวลางง
มันอทุกขมสุข + วิจิกิจฉา
หรือบางทีก็ + ฟุ้งซ่าน
วนเวียนไป
บางทีมันกระทบแล้วมันงงๆ
วนเวียนๆ บอกไม่ได้ว่าทุกข์หรือว่าสุข
ไม่รู้ว่าอะไรแน่
อทุกขมสุขนี่ มันกว้างกว่า 'อุเบกขา' บางทีดันใช้แทนกัน
เช่น เวทนาที่เกิดกับความสงสัย หรือฟุ้งซ่าน
มันไม่ได้อุเบกขานะ ไม่เฉยซะหน่อย
แค่บอกไม่ได้ว่าทุกข์ หรือสุขเท่านั้นเอง
ไม่ถึงขั้นทุกข์ แต่ก็ไม่สุข
เวลาพูดถึงอุเบกขา
จะพูดถึงในแง่ปัญญาก็ได้
ในแง่เวทนาก็ได้ ซึ่งมันสามารถซับซ้อนได้หลากหลาย
ถ้าพูดแง่ปัญญาก็จะพูดถึง
เห็นสังขารตามเป็นจริงแล้ววางเฉย
ถ้าพูดถึงแง่เวทนา
ก็จะต้องเป็นเวทนาที่ว่าเฉยจริงๆ
หรือเฉยในเวลาเข้าฌาน
ฌาน 4 เป็นต้นไปก็จะเป็นอุเบกขาเวทนา
อทุกขมสุขนี่จะเป็นคำกลางๆ ซึ่งจะรวมอุเบกขาเวทนาด้วย
ฉะนั้นอุเบกขาเวทนาจะเป็นส่วนหนึ่งของอทุกขมสุข
ดังนั้นเวทนาไหนที่มันไม่ค่อยชัด
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ไม่รู้ว่าเฉย หรือไม่เฉย
หรือว่ามันวนๆ เวียนๆ อยู่
ไม่รู้จะว่าสุขหรือทุกข์ดี
จะเรียกว่าอทุกขมสุข
เวลาปฏิบัติท่านจึงให้ดูอทุกขมสุข
ไม่ได้ให้ดูอุเบกขา
เพราะเอาจริงๆ เราไม่ค่อยเฉยนะ
มันวุ่นวายอะไรก็ไม่รู้
มันวนเวียนอยู่นั่น แต่ไม่รู้ว่าสุขหรือทุกข์
เพราะบางทีมันเกิดกับความสงสัย
สงสัยนี่มันไม่เฉยนะ
อุเบกขาสหคตํ วิจิกิจฉาสมฺปยุตฺตํ
ลองดูมันไม่ได้อุเบกขาแบบชัดๆ นะ
เกี่ยวข้องด้วยความรู้
เกี่ยวข้องด้วยความรู้
ที่รู้ที่สุดก็คือ...ไม่รู้
พรุ่งนี้จะเจออะไร...ไม่รู้
เจอคนนี้เขาจะพูดอะไร...ไม่รีู้
เราจะตอบว่าอะไร...ไม่รู้
เขาจะว่ายังไงต่อ...ไม่รู้
ไอ้เรามันไปรู้มันทุกเรื่่อง
วางแผน คิดตามเขาไป
พอมันไม่สำเร็จ
แสดงว่า "เรายังบังคับไม่ดีพอ"
อบรมเพิ่ม น่านนน
มีหลักสูตรอบรม "วิธีบังคับให้มันได้"
แล้วผลเป็นยังไงบ้าง
ก็เป็นอย่างที่มันเป็นนั่นแหละ
การติดยึดอยู่กับแผนตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน
ผู้รู้ที่แท้จริงคือ ผู้ไม่รู้
ไม่รู้หรอกว่ามันจะดีหรือมันไม่ดี
ให้เงินเขานี่จะช่วยหรือทำลาย
มันไม่รู้ว่านี่คือความถูกต้องที่แท้จริงหรอืเปล่า
แต่โดยส่วนใหญ่เราจะชอบคิดกันไปว่า
วิธีนี้นี่แหละคือความถูกต้องที่สุด
เราไม่ได้เกิดมาเพื่อรับผิดชอบสิ่งต่างๆ
ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำตามความคาดหวังของใคร
มีสิ่งเดียวให้ มีสติสัมปชัญญะในการใช้ชีวิต ใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทัน
ถ้าไม่เลือกก็วนเวียนไป
ส่วนใครจะเจริญขึ้น ใครจะเสื่อมลง
ไม่คำนึงผลว่าจะให้มันเป็นยังไง
ที่รู้ที่สุดก็คือ...ไม่รู้
พรุ่งนี้จะเจออะไร...ไม่รู้
เจอคนนี้เขาจะพูดอะไร...ไม่รีู้
เราจะตอบว่าอะไร...ไม่รู้
เขาจะว่ายังไงต่อ...ไม่รู้
ไอ้เรามันไปรู้มันทุกเรื่่อง
วางแผน คิดตามเขาไป
พอมันไม่สำเร็จ
แสดงว่า "เรายังบังคับไม่ดีพอ"
อบรมเพิ่ม น่านนน
มีหลักสูตรอบรม "วิธีบังคับให้มันได้"
แล้วผลเป็นยังไงบ้าง
ก็เป็นอย่างที่มันเป็นนั่นแหละ
การติดยึดอยู่กับแผนตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน
ผู้รู้ที่แท้จริงคือ ผู้ไม่รู้
ไม่รู้หรอกว่ามันจะดีหรือมันไม่ดี
ให้เงินเขานี่จะช่วยหรือทำลาย
มันไม่รู้ว่านี่คือความถูกต้องที่แท้จริงหรอืเปล่า
แต่โดยส่วนใหญ่เราจะชอบคิดกันไปว่า
วิธีนี้นี่แหละคือความถูกต้องที่สุด
เราไม่ได้เกิดมาเพื่อรับผิดชอบสิ่งต่างๆ
ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำตามความคาดหวังของใคร
มีสิ่งเดียวให้ มีสติสัมปชัญญะในการใช้ชีวิต ใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทัน
ถ้าไม่เลือกก็วนเวียนไป
ส่วนใครจะเจริญขึ้น ใครจะเสื่อมลง
ไม่คำนึงผลว่าจะให้มันเป็นยังไง
พ่อแม่ไม่สั่งสอน
"พ่อแม่ไม่สั่งสอน!!!"
"คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง!!!"
"ทำไม่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้!!!"
เป็นอาการแสดงของการพยายามจะไปบังคับคนอื่น
แต่บัังคับไม่ได้
คำจริงๆ คือ
"ฉันกำลังจะบังคับคุณอยู่ แต่คุณไม่ยอมให้บังคับ คุณต้องแสดงความรับผิดชอบ"
กลายเป็นติดอนาคต
ต้องการบังคับให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
"คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง!!!"
"ทำไม่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้!!!"
เป็นอาการแสดงของการพยายามจะไปบังคับคนอื่น
แต่บัังคับไม่ได้
คำจริงๆ คือ
"ฉันกำลังจะบังคับคุณอยู่ แต่คุณไม่ยอมให้บังคับ คุณต้องแสดงความรับผิดชอบ"
กลายเป็นติดอนาคต
ต้องการบังคับให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
อภิสังขาร ติดอดีต ติดอนาคต
การกระทำที่ "เพื่อเรา" อยู่เบื้องหลัง
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่รู้สึกว่ามันจะต้องได้รับผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
เช่น
พูดดี ก็เพื่อ...
เราจะได้เป็นพรรคพวกกัน
ที่มีการปรุงแต่งเพราะมันไม่อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่
เมื่อติดข้องกับอดีตก็จะมี "เราเป็นใคร"
เราที่เป็นนั่นเป็นนี่มันเกิดเฉพาะผัสสะเป็นครั้งๆ ไม่ได้มีเราจริงๆ
การเข้าไปติดอดีต
เกิดที่นั่นที่นี่ พ่อแม่ชื่อนั้นชื่อนี้ เรียนหนังสือที่นั่นที่นี่
ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้มา
เกิดความรู้สึกว่า มีเราขึ้นล
พอกระทำสิ่งอะไรๆ ลงไปแล้ว
ก็คาดหวังว่าจะได้นั่นได้นี่
ประสบสิ่งนั้นสิ่งนี้
ได้นั่นเพิ่ม ได้นี่เพิ่ม
มีความคาดหวัง --- ติดอนาคต
ติดอดีต
ทำให้รู้สึกว่า "มีเรา" "มีของเรา" "เป็นนั่นเป็นนี่
ติดอนาคต
ทำให้มีความหวังพอจะอยู่ได้
ถ้าไม่ติดอดีต ไม่ติดอนาคต
ก็อยู่ไม่ไหว
อยู่ไม่ไหวทำไง ก็ออกจากโลกไป 5555
ถ้าไม่ติดอดีต ไม่ติดอนาคต
เวลาทำอะไรก็ไม่มีเพื่อเรา
ไม่คาดหวังให้เราได้อะไร
อันนี้ก็ไม่มีอภิสังขาร
สมมติยึดถือกัน
เราเป็นอาจารย์ เธอเป็นศิษย์
พอสอนๆ ไป สมมติศิษย์ไม่รู้เรื่อง
อาจารย์ต้องรับผิดชอบหรือเปล่า?
พอยึดอดีต ก็จะมีความรู้สึกว่า "เราเป็นนั่นเป็นนี่"
พอยึดอนาคต ก็จะมีความรู้สึกว่า "เราจะเป็นนั่นเป็นนี่"
พอมีการกระทำ ก็จะมีความรู้สึกว่า "เราต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิด"
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่รู้สึกว่ามันจะต้องได้รับผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
เช่น
พูดดี ก็เพื่อ...
เราจะได้เป็นพรรคพวกกัน
ที่มีการปรุงแต่งเพราะมันไม่อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่
เมื่อติดข้องกับอดีตก็จะมี "เราเป็นใคร"
เราที่เป็นนั่นเป็นนี่มันเกิดเฉพาะผัสสะเป็นครั้งๆ ไม่ได้มีเราจริงๆ
การเข้าไปติดอดีต
เกิดที่นั่นที่นี่ พ่อแม่ชื่อนั้นชื่อนี้ เรียนหนังสือที่นั่นที่นี่
ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้มา
เกิดความรู้สึกว่า มีเราขึ้นล
พอกระทำสิ่งอะไรๆ ลงไปแล้ว
ก็คาดหวังว่าจะได้นั่นได้นี่
ประสบสิ่งนั้นสิ่งนี้
ได้นั่นเพิ่ม ได้นี่เพิ่ม
มีความคาดหวัง --- ติดอนาคต
ติดอดีต
ทำให้รู้สึกว่า "มีเรา" "มีของเรา" "เป็นนั่นเป็นนี่
ติดอนาคต
ทำให้มีความหวังพอจะอยู่ได้
ถ้าไม่ติดอดีต ไม่ติดอนาคต
ก็อยู่ไม่ไหว
อยู่ไม่ไหวทำไง ก็ออกจากโลกไป 5555
ถ้าไม่ติดอดีต ไม่ติดอนาคต
เวลาทำอะไรก็ไม่มีเพื่อเรา
ไม่คาดหวังให้เราได้อะไร
อันนี้ก็ไม่มีอภิสังขาร
สมมติยึดถือกัน
เราเป็นอาจารย์ เธอเป็นศิษย์
พอสอนๆ ไป สมมติศิษย์ไม่รู้เรื่อง
อาจารย์ต้องรับผิดชอบหรือเปล่า?
พอยึดอดีต ก็จะมีความรู้สึกว่า "เราเป็นนั่นเป็นนี่"
พอยึดอนาคต ก็จะมีความรู้สึกว่า "เราจะเป็นนั่นเป็นนี่"
พอมีการกระทำ ก็จะมีความรู้สึกว่า "เราต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิด"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)