ทิฏฐิ เกิดกับโลภะ
ไม่เกิดกับโมหะเฉยๆ ไม่เกิดกับโทสะด้วย
วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
กระจายเข้าใจ VS กระจายหายหมด
การกระจายนี่เพื่อให้เข้าใจภาพรวมเฉยๆ
ว่ามันเชื่อมยังไง
บางคนกระจายซะหายหมดเลย ว่างเปล่า !
ไม่ใช่กระจายให้ไม่เหลือตัวตน
มันไม่มีอยู่แล้ว
ไม่ได้ไปกระจายให้มันหายไปไหน
กระจายให้มันเข้าใจ
มันจะได้ไม่เกิดเท่านั้นเอง
"ไม่ใช่ให้มันหมด"
กระจายเพื่อเจริญปัญญา
เพื่อเห็นสัจจะ
ไม่ใช่กระจายรู้กว้าง ว่างไปหมด แต่ไม่ลงสัจจะ
มันเข้าใจกิเลสมันก็ไม่เกิด
แต่ก่อนไม่เข้าใจกิเลสมันก็เกิดเรื่อย
ถ้าว่างก็ว่างจากกิเลส
ว่ามันเชื่อมยังไง
บางคนกระจายซะหายหมดเลย ว่างเปล่า !
ไม่ใช่กระจายให้ไม่เหลือตัวตน
มันไม่มีอยู่แล้ว
ไม่ได้ไปกระจายให้มันหายไปไหน
กระจายให้มันเข้าใจ
มันจะได้ไม่เกิดเท่านั้นเอง
"ไม่ใช่ให้มันหมด"
กระจายเพื่อเจริญปัญญา
เพื่อเห็นสัจจะ
ไม่ใช่กระจายรู้กว้าง ว่างไปหมด แต่ไม่ลงสัจจะ
มันเข้าใจกิเลสมันก็ไม่เกิด
แต่ก่อนไม่เข้าใจกิเลสมันก็เกิดเรื่อย
ถ้าว่างก็ว่างจากกิเลส
อุปาทานขันธ์ห้า
อุปาทานขันธ์ห้า
เป็นสับเซตของขันธ์ห้า
คือขันธ์ห้าที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
ขันธ์ห้าที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
ขันธ์ห้าที่อุปาทานไปยึดไปถือ
การกำหนดรู้ทุกข์นี่ไม่ใช่กำหนดขันธ์ทุกอัน
กำหนดอันที่เป็นอารมณ์ของอาสวะและอุปาทาน
ที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่
สาสวา
อุปาทานิยา
เป็นสับเซตของขันธ์ห้า
คือขันธ์ห้าที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
ขันธ์ห้าที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
ขันธ์ห้าที่อุปาทานไปยึดไปถือ
การกำหนดรู้ทุกข์นี่ไม่ใช่กำหนดขันธ์ทุกอัน
กำหนดอันที่เป็นอารมณ์ของอาสวะและอุปาทาน
ที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่
สาสวา
อุปาทานิยา
วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
เกิดใหม่
ที่จริง ที่ยังต้องไปเกิดภพนั้นภพนี้
เพราะ "ยินดียิ่งในอารมณ์นั้นๆ" ก็เท่านั้น
ที่เกิดใหม่ไม่ใช่ว่าเพราะมีกรรมมาก
ต้องไปรับผลของเวรของอะไร
ไม่มี !
ที่่ว่าทำกรรมอันนั้นแล้วต้องมารับอันนี้
เพื่อให้ยอมรับความจริงได้ระดับนึงก่อน
จะได้มาเข้าใจตัวธรรมแท้ๆ เฉยๆ
เป็นคำสอนที่เป็นจริง แต่ยังเป็นจริงระดับโลก
เพราะ "ยินดียิ่งในอารมณ์นั้นๆ" ก็เท่านั้น
ที่เกิดใหม่ไม่ใช่ว่าเพราะมีกรรมมาก
ต้องไปรับผลของเวรของอะไร
ไม่มี !
ที่่ว่าทำกรรมอันนั้นแล้วต้องมารับอันนี้
เพื่อให้ยอมรับความจริงได้ระดับนึงก่อน
จะได้มาเข้าใจตัวธรรมแท้ๆ เฉยๆ
เป็นคำสอนที่เป็นจริง แต่ยังเป็นจริงระดับโลก
บุญ-บาป กุศล-อกุศล
“บุญ” มีความหมายตามรูปศัพท์ ๒ อย่าง
คือ เครื่องชำระสันดาน
คือชำระพื้นจิตใจให้สะอาด
สิ่งที่ทำให้เกิดผลคือภพที่น่าชื่นชม
บางแห่งยังแสดงความหมายอื่นไว้อีกว่า
สิ่งที่นำมาซึ่งความน่าบูชา
สิ่งที่ยังอัธยาศัย (ความประสงค์) ของผู้กระทำให้บริบูรณ์
ส่วน “บาป” มักแปลตามรูปศัพท์ว่า
สิ่งที่ทำให้ถึงวัฏฏทุกข์
หรือสิ่งที่ทำให้ถึงทุคติ (=สิ่งที่ทำให้ตกไปในที่ชั่ว)
คำแปลสามัญของบาป คือ ลามก (ต่ำทราม หรือเลว)
บางครั้งใช้เป็นคำวิเศษณ์ของวิบาก แปลว่า ทุกข์
หรือ อนิฏฐ์ (ไม่น่าปรารถนา)
ที่กล่าวมานั้น เป็นความหมายที่นักศัพทศาสตร์คือนักภาษาแสดงไว้
ซึ่งเป็นเพียงด้านหนึ่งเท่านั้น
ควรทราบความหมายในแง่ของหลักธรรม
เมื่อว่าโดยความหมายอย่างกว้างที่สุด
บุญมีความหมายเท่ากับกุศล
บาปก็มีความหมายเท่ากับอกุศล
แต่ในการใช้จริง
บุญและบาป มักปรากฏในความหมายที่จำกัดแคบ
และจำเพาะแง่มากกว่ากุศลและอกุศล
กล่าวได้ว่า บาป ใช้ในความหมายเท่ากับอกุศล
มากกว่าที่บุญใช้ในความหมายเท่ากับกุศล
แต่ที่ปรากฏบ่อยก็คือ กุศลใช้ในความหมายเท่ากับบุญ
ความที่ว่านี้เป็นอย่างไร พึงพิจารณาต่อไป
บาปที่ท่านใช้ในความหมายเท่ากับอกุศล แห่งสำคัญคือ
ในสัมมัปปธาน ๔ ข้อ ๑ และข้อ ๒
ซึ่งบาปมากับอกุศลธรรม ดังที่ว่า
ถ้าแบ่งกุศลเป็น ๒ ระดับ คือ โลกิยกุศล และโลกุตรกุศล
โดยทั่วไป บุญใช้กับโลกิยกุศล
ถ้าจะหมายถึงระดับโลกุตระ ก็ใส่คำขยายกำกับไว้ด้วย เช่น “โลกุตรบุญ”
ซึ่งมิได้เป็นคำที่นิยมใช้แต่ประการใด (พบในอรรถกถาแห่งหนึ่ง และในฏีกาที่อธิบาย
ต่อจากอรรถกถานั้น เท่านั้น)
คือ เครื่องชำระสันดาน
คือชำระพื้นจิตใจให้สะอาด
สิ่งที่ทำให้เกิดผลคือภพที่น่าชื่นชม
บางแห่งยังแสดงความหมายอื่นไว้อีกว่า
สิ่งที่นำมาซึ่งความน่าบูชา
สิ่งที่ยังอัธยาศัย (ความประสงค์) ของผู้กระทำให้บริบูรณ์
ส่วน “บาป” มักแปลตามรูปศัพท์ว่า
สิ่งที่ทำให้ถึงวัฏฏทุกข์
หรือสิ่งที่ทำให้ถึงทุคติ (=สิ่งที่ทำให้ตกไปในที่ชั่ว)
คำแปลสามัญของบาป คือ ลามก (ต่ำทราม หรือเลว)
บางครั้งใช้เป็นคำวิเศษณ์ของวิบาก แปลว่า ทุกข์
หรือ อนิฏฐ์ (ไม่น่าปรารถนา)
ที่กล่าวมานั้น เป็นความหมายที่นักศัพทศาสตร์คือนักภาษาแสดงไว้
ซึ่งเป็นเพียงด้านหนึ่งเท่านั้น
ควรทราบความหมายในแง่ของหลักธรรม
เมื่อว่าโดยความหมายอย่างกว้างที่สุด
บุญมีความหมายเท่ากับกุศล
บาปก็มีความหมายเท่ากับอกุศล
แต่ในการใช้จริง
บุญและบาป มักปรากฏในความหมายที่จำกัดแคบ
และจำเพาะแง่มากกว่ากุศลและอกุศล
กล่าวได้ว่า บาป ใช้ในความหมายเท่ากับอกุศล
มากกว่าที่บุญใช้ในความหมายเท่ากับกุศล
แต่ที่ปรากฏบ่อยก็คือ กุศลใช้ในความหมายเท่ากับบุญ
ความที่ว่านี้เป็นอย่างไร พึงพิจารณาต่อไป
บาปที่ท่านใช้ในความหมายเท่ากับอกุศล แห่งสำคัญคือ
ในสัมมัปปธาน ๔ ข้อ ๑ และข้อ ๒
ซึ่งบาปมากับอกุศลธรรม ดังที่ว่า
- เพียรป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด
- เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว
- เพียรเจริญกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
- เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อมหาย
ถ้าแบ่งกุศลเป็น ๒ ระดับ คือ โลกิยกุศล และโลกุตรกุศล
โดยทั่วไป บุญใช้กับโลกิยกุศล
ถ้าจะหมายถึงระดับโลกุตระ ก็ใส่คำขยายกำกับไว้ด้วย เช่น “โลกุตรบุญ”
ซึ่งมิได้เป็นคำที่นิยมใช้แต่ประการใด (พบในอรรถกถาแห่งหนึ่ง และในฏีกาที่อธิบาย
ต่อจากอรรถกถานั้น เท่านั้น)
สิกขาบท วินัย ศีล
สิกขาบทหลายข้อรวมกัน
เรียกว่าวินัย
วินัยที่ปฏิบัติจนป้องกันโทษที่จะเข้ามาทางต่างๆ ได้
เรียกว่าศีล
โทษที่ว่าก็เช่น
ทำให้เดือดร้อนใจ
ทำลายกรรมฐาน
ไม่ได้สมาธิสักที
ศีลก็เป็นคุณธรรมควบคุมจิตใจ
ให้คุณธรรมนี้ไปควบคุมกายวาจา
เรียกว่าวินัย
วินัยที่ปฏิบัติจนป้องกันโทษที่จะเข้ามาทางต่างๆ ได้
เรียกว่าศีล
โทษที่ว่าก็เช่น
ทำให้เดือดร้อนใจ
ทำลายกรรมฐาน
ไม่ได้สมาธิสักที
ศีลก็เป็นคุณธรรมควบคุมจิตใจ
ให้คุณธรรมนี้ไปควบคุมกายวาจา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)