วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ปจฺจเวกขติ

 ปฏิ + อิกฺขติ = ปจฺจเวกฺขติ
= มองดูอย่างเฉพาะเจาะะจง (พิจารณา)
คือมองเฉพาะมุมนี้ๆ ที่กำลังพูดถึงอยู่

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ไม่ใช่มรณสติ

รู้จัก มรณะ ที่เป็นอารมณ์ของมรณสติให้ดี

คือ 

  1. จุติ ความเคลื่อนจากความเป็นสัตว์นั้น จากความเป็นหมา เป็นแมว เป็นคน เป็นเทวดา
    จะมีภาวะเคลื่่อนอันหนึ่ง่ อันนั้นแหละ เรียกว่า มรณะ
  2. จวนตา ความเคลื่อน ภาวะที่เคลื่อน
  3. เภโท 
  4. อันตรธานํ ความหายไปจากความเป็นสัตว์นั้น
  5. มจฺจุ
  6. มรณํ
  7. กาลกิริยา
  8. ขนฺธานํ เภโท ความแตกของขันธ์
  9. กเฬวรสฺส นิกฺเขโป ความทิ้งกายหยาบเอาไว้ (กายทิพย์ก็แตกแต่ไม่ทิ้งกายหยาบ ที่ทิ้งได้มีแต่กายหยาบ ส่วนพวกที่มีกายหยาบ กายยังรวมกันอยู่ทั้งๆ ที่ขันธ์แตก ทิ้งกายหยาบ แต่อีกไม่กี่วันก็จะแตกนั่นแหละ ส่วนพวกกายทิพย์เมื่อขันธ์แตกก็สลายหายไปเลย)
  10. ชีวิตินทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท ความเข้าไปตัดของรูปชีวิตินทรีย์ ที่ทำให้รูปที่เกิดจากกรรมไม่เกิดอีกต่อไป ชีวิตไม่ต่อแล้ว

มรณสติ ไม่ได้หมายรวมถึง

  1. - สมุจเฉทมรณะ ความตายของพระอรหันต์
  2. - ขณิกมรณะ ความตายของสภาวธรรม จิตทุกดวงเกิดดับ อันนี้เอาไว้เจริญวิปัสสนา (อนิจจานุปัสสนา)
  3. - สมมติมรณะ ความตายแบบสมมติ เช่น แก้วแตก ต้นไม้หัก แม่ตาย พ่อตาย คนนั้นคนนี้ตาย เวลามองไม่ได้มองสัตว์ตาย แต่มองความตายที่มีอยู่ในตัวสัตว์

ให้นึกถึงความเคลื่อนของสัตว์หนึ่ง ไปสัตว์หนึ่ง สักวันหนึ่งความเคลื่อนจากความเป็นคนจะมี

ให้นึกถึงความจริง คือ ภาวะที่ทำให้สัตว์เคลื่อนจากความเป็นอย่างนั้น นั้นมีอยู่ ชื่อว่า มรณะ
เมื่อเกิดขึ้นปุ๊บความเป็นคนจะหายไป
ความเป็นบุคคลนี้จะหมดไป
เมื่อเกิดขึ้นความเป็นหมาก็จะหายไปเลย
เท่ากัน

ความเป็นสัตว์นั้นจะมี มรณะ เป็นที่่สุด
จะไม่ข้าม มรณะ ไป
จะไม่กระโดดเลย มรณะ ไป

เป็นการนึกถึงอนาคต
ภาวะอันหนึ่งนี้ ที่ชื่อว่า ความตาย
วันหนึ่งจะมาถึงแน่ๆ
มีสภาพนี้เป็นธรรมดา

ให้นึกถึงภาวะมรณะนั้น

ไม่ห่างจากฌาน คืออยู่่กับอารมณ์ที่ถูกต้อง

ฌาน หมายถึง


การเพ่งจิตลงไป ใส่ใจในอารมณ์ที่ควรจะอยู่ ทำให้ไม่มีนิวรณ์ แล้วก็สามารถทำให้จิตเป็นสมาธิตั้งมั่น นำไปเจริญสมถะวิปัสสนาต่อไปได้

ฌานมี 2 แบบ
- การเพ่งอารมณ์ จับอารมณ์ไว้ทำให้จิตสงบอย่างหนึ่ง
- การจับลักษณะของอารมณ์เพื่อให้เกิดปัญญาอย่างหนึ่ง

เมื่อทำอยู่ในสิ่งเหล่านี้ ก็ชื่อว่าอยู่ไม่ห่างฌาน (อารมณ์อนุสสติ 10) ทำใช้ได้ ทำถูกต้อง ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565

หลงกาย ลืมกาย

 หลงกาย ลืมกายหลายๆ แบบ

ลืมกาย ลืมไปเลยว่ามีกายใจลอยออกข้างนอกไปเลย

หลงกาย ไม่ลืม แต่...

  • หลงว่ามันสวย 
  • หลงว่ากายเรา เรายืน เราเดิน เรานั่่ง่ เรานอน
  • หลงเอากายไปทำนั่นนี่โดยนึกว่ากายจะได้รับผลประโยชน์ พามันไปกินอร่อยๆ ไปดูรูปสวยๆ ถ้าหลงไปอันนี้จะเกิดโทษต่อจิต จิตจะเศร้าหมอง
  • หลงว่ากายจะไม่รู้จักตาย แท้จริงนี่เป็นแค่ศพเดินได้ เดินได้เพราะจิตยังอยู่ก็เท่านั้น

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

15-23 พ.ย.65

 สังขารระหว่างทางในคอร์สยาว

  • แม้จะผ่านมาขั้นหนึ่งแล้ว เมื่อมาอยู่ต่่อหน้ากาม ก็ยังเหมือนกับภาวนาอะไรไม่เป็น ความยึดอาการเป็นแท่งนั่นไม่ได้ต่างอะไรกับสมัยเมื่อเริ่มภาวนาเลย แค่เปลี่ยนตัวละคร ที่เหมือนจะดีขึ้น้มาหน่อยก็คือไม่ไปคว้ามาเป็นของเรา ได้แต่ดูเวทนาแบบไม่มีสัญญาเก่า ไม่มีสังขารอะไรมาประกอบ เพราะระลึกอะไรที่เป็นเรื่องราวก็ไม่ได้ เท่านั้นก็สำแดงอาการความยึดออกมาอย่างเต็มที่ของมันเลยทีเดียว แค่รู้้สสึกว่าอารมณ์ "เก่า" เท่าานั้้น และก็ปรุงเลยเถิดไปว่า เคยอธิษฐานอะไรไว้หนอ ทำไมจึงได้้ปักใจขนาดนี้ ก็ถอนอย่างงูๆ ปลาๆ ไป แต่ไม่หมดหรอก เขาหยุดพักชั่วคราวเท่านั้น้เอง 
  • ทำไปทำมาระหว่างนั้นก็ปล่อยสังขารทำงานไปเก้อๆ จิตก็ทักจิตขึ้นมาว่่า นี่ล่ะหนา ความวุ่นวาายของผู้ไม่จบกิจ นี่่ทุกข์กับเรื่องไม่ควรทุกข์ พิจารณากับเรื่องที่เอาจริงถ้้้าไม่ใส่ใจก็ไม่เดือดร้อนนะ แต่่ด้้วยรู้้ตัวว่่่ายังไม่่ผ่าน งานยังมี ก็เลยเดือดร้อนอยู่อย่างนั้น
  • ในความวุ่นวายหลวมนี้ ดูจะเชื่องกับบริกรรมดีอย่างน่าประหลาดใจ "ความตายจักมี ชีวิตจักหมด" จิตเชื่องกับวลีนี้อย่างประหลาดก็ได้อาศัยเปป็นเครื่องอยู่ไป
  • จิตเหมือนจะสอนการเพ่งให้้ตัวมันเองเป็นครั้งแรก จาากที่เคยอับจนกับการเพ่งอาารมณ์ที่ไม่เห็นทางเลยว่าอะไรคือความเป็นหนึ่ง ไม่สามารถเห็็นความนิ่งจากภายนอกได้ไม่ว่าอย่างไร คราวนี้มันวกเข้้าเพ่งข้างใจ อารมณ์ภายนอกเลยดูจะนิ่งไป ในช่วงจงกมสั้้นๆ 15 ก้าว มันดูจะนิ่งตามสั่งให้ได้พอเห็นว่า ออ เป็นอย่างนี้้
  • ลองใช้จิตอย่างนี้้ดูอารมณ์ ใบโพธิ์ที่ตอนแรกสวยสด ดูไปดูมาเหี่ยว ใจก็สลดไปตามอารมณ์
  • หลังจากกามุปาทานมาสอนอารมณ์อาลัยอาวรณ์ เมื่อเวทนานั้นผ่านไป ก็เข้าสสู่ภาวะความสงบ หลังจากนั้้น ความสงบก็สอนการติดความสงบให้เห็น ภวราคะเป็นอย่างนี้
  • งานต่อไปก็ถึงคิวพิจารณาอสุภะ ใจไม่ได้คุ้น ก็ต้องค่อยๆ พามันมา
  • รอบนี้ก็็ได้มุมมองอีกอันหนึ่งมาที่ติดจิต คือ ขันธ์ทั้งหมดเกิดใหม่เสมอ ปัญญาเห็นไกลๆ ว่าจับตรงนี้มาพิจารณาได้ คนที่เราคุยด้วยเมื่อเช้าเขาตายไปแล้ว และจะไม่กลับมาอีก แต่ตรงนี้พิจารณาแล้วยังเศศศร้าอยู่ ปัญญายังน้อยนิด
  • นั่งดูไหติดบ้านพาไปเกิด ไหเรียบร้อย ไหเลอะเทอะ ก็ไปติดบ้านที่ไม่เหมือนกัน 
  • มีโมเม้นต์ที่ผ่าศพพ่อแม่ น้ำตาไหลเป็นทาง
  • สัมปชัญญะน่ะสอนไปหมดแล้วนะ อะไรมีประโยชน์ก็เลือกเอาบ้างซี่ จะทำให้มันเป็นเหมือนเดิมเหรอ

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

30 ต.ค.65

ปัญญาในกาม สำหรับอินทรีย์อ่อนๆ

1. มีสติรู้อาการให้ทัน
2. เห็นว่าการถูกครอบงำนั้นเป็นทุกข์

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ข้อสังเกตในอกุสลาธัมมา (ยังไม่รู้คำตอบ)

  • อโทสะ มีในกุสลา ธัมมา แต่ โทสะ ไม่มีใน อกุสลา ธัมมา
  • อัพยาปาท มีในกุสลา ธัมมา แต่ พยาปาท ไม่มีใน อกุสลา ธัมมา
  • มิจฉาทิฏฐิ มีกล่าวซ้ำ 2 ครั้ง
  • สัทธา สติ และปัญญา พบเฉพาะในกุสลา ธัมมา
  • ยุคลธรรม 6 คู่ พบเฉพาะในกุสลา ธัมมา