วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

ใครดูถูกดูหมื่นศิลปะ


ใครดูถูกดูหมื่นศิลปะ   
อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์
ราวลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏ  
ใจมืดจัดกว่าน้ำหมึกดำ

เพียงกินนอนสืบพันธ์นั้นฤา   
ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ
หยาบยโสกักขฬะอธรรม   
เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์

ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์   
จงผุดเกิดในร่างดิรัจฉาน
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน   
ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์เอย .

อังคาร กัลญาณพงศ์

ฉันทะ

แท้จริงแล้วการที่คนคนหนึ่งไม่มีฉันทะกับสิ่งใด
มันก็แห้งแล้งเอาการอยู่
สำคัญก็ต้องรู้ให้มาก
เพราะคุณไม่มีก้อนเมฆแห่งสวรรค์รองรับ
เมื่อตกบัลลังก์ก็คือลงนรกแห่งความสลดหดหู่ เวิ่งว้าง
ซึ่งเป็นเหวที่ลึกเอาการ
ขออย่าได้ใส่ใจกับอาการนั้น
อาการ เป็นสิ่งที่มาแล้วก็ไป
ความหมาย เป็นสิ่งที่คิดเท่านั้นจึงจะเกิดได้
ขอให้โชคดีในการเดินทาง

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศีล

เมื่อใดที่รู้เหตุแห่งสุขทุกข์เมื่อนั้นศีลจะบริบูรณ์

สิ่งนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับฉันทะ
ไปสู่จิตอันเบิกบาน แกล้วกล้า และร่าเริง
ด้วยไม่เหลือความละอายใจใดๆ เป็นภาระจึงสง่าผ่าเผย

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศีล

มิใช่แค่ห้าข้อ
แต่สิ่งใดที่ทำแล้วละอายใจ นั่นละผิดศีล
สิ่งใดแม้ไม่แน่ใจแล้วทำ ผลคือให้คงค้างวนเวียนกับความไม่แน่ใจอันนั้น
น่ะล่ะผิดศีล

่บัณฑิตจึงแนะว่าไม่แน่ใจอย่าทำ
มารจะหลอกล่อให้เวียนวนในความคิดแบบละทิ้้งไปไม่ได้

ความละอายใจมีลักษณะเป็นทุกข์
ทุกข์มีลักษณะร้อน
ความละอายใจเช่นนี้มีสภาวะเป็นอกุศล ให้รีบละทิ้ง
แต่ผลหลังความละอายใจเกิดเป็นความเกรงกลัวที่จะทำในครั้งใหม่
เกิดเป็นความระวังสังวร

ปีติ -

การได้ตักบาตรแบบไม่ได้นึกไม่ได้ฝันนี่
ยังมาซึ่งปีติอย่างยิ่ง พลิกขึ้นจากหล่มหดหู่ได้อย่างอัศจรรย์
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่



วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

เพื่อน

วันก่อนเจอพี่คนหนึ่ง เขาบอกว่าเราเป็นเพื่อน
แม้ในใจจะรู้สึกอึกอักเล็กน้อย แต่ก็นึกขอบคุณเขาหน่อยๆ

มันก็ประหลาดที่แต่เด็กมาไม่เจอใครที่จะสามารถเรียกคำว่า "เพื่อน"
ได้อย่างสนิทปากสนิทใจ

เวลาเจอคำถาม "มีเพื่อนหรือเปล่า" จะเผลอคิดลึกคิดหนักทุกครั้ง
ว่าจะให้ตอบระนาบไหนดี

ด้วยการตีความหมายนีี่่จริงกับเท็จก็เหวี่ยงไปๆ มาๆ เสมอ

เพื่อนมีอยู่ในโลกนี้ไหมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีศัตรู

ไอ


ไอมาไอไปจะเกือบเดือนแล้ว ก็ยังเลี้ยงไข้อยู่ ไม่ตัดเหตุให้หมดเรื่องหมดราวไป 
ดูเหมือนว่าแม้กระทั่งความตั้งใจที่จะหยุดเหตุก็ไม่มี ไม่มีแรงจูงใจจะถอนโรค??

ความเป็นจริงคือ นึกอยากกินอะไรก็ยังกินอยู่ เพียงแต่บันยะบันยังขึ้น แต่ไม่ถึงกับหยุดกิน 
จัดการเพียงในระดับที่ไม่ให้โรครุมเร้ารบกวนความปกติ 

แล้วก็ย้อนนึกแล้วการปฏิบัติล่ะ เราเอาแค่ไหน?