วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 26-28 ก.ค.57

26-27 ก.ค.57

สวดมนต์เมื่ออยู่คนเดียว ไม่มีผัสสะอะไรเป็นพิเศษ

28/7/57

ยังคงสวดมนต์ระหว่างวัน แต่เหนื่อยหน่าย ซึมเซา เวลาเจอรูปแบบความคิดเขาวงกตซ้ำซากจากภายนอกนานหน่อยก็อยากจะบอกใจจะขาดว่าหยุดเถอะไม่ไหวแล้ว แต่ปฏิเสธไม่เป็นและหมดแรงข้าวต้ม

ตั้งแต่ที่ทำงานบังคับให้เข้างานเร็วขึ้นครึ่งชม.รู้สึกระบบรวนไปเลย นอนเท่าไรก็ไม่พอ ทั้งๆ ที่ถ้านับเวลามันก็พออยู่ หรือไม่ก็ตอนอยู่ในท่านอนรู้สึกว่าตื่นแล้ว พอยกหัวขึ้นมาง่วงเฉยเลย เราทำอะไรผิดรึป่าวหว่า >_<

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

25/7/57

25/7/57

สวดมนต์เป็นพื้น วันนี้ค่อนข้างอามรมณ์ดีเพราะเป็นวันศุกร์ พอเลิกงานกลับบ้านโดนดักสัมภาษณ์อารมณ์ดีเลยหยุดตอบซะหน่อย ปรากฏโดนลากตอบแบบสอบถามอย่างนาน คำถามประเภทชอบไม่ชอบ แค่นั้นไม่พอ "ทำไมไม่ชอบคะ มันเป็นยังไง มันกรอบไปหรือมันอะไรไปคะ ช่วยบอกให้ชัดเจนหน่อย...ฯลฯ" ยิ่งฟังยิ่งขุ่น หมดกันวันศุกร์แห่งชาติ พอเสร็จก็รีบลืมๆ ไปให้หมดเรื่องหมดราว สักพักก็มานั่งทวน จริงๆ โง่เนอะ คำถามแยกแยะอย่างนั้นก็เหมือนฝึกแยกธาตุแยกขันธ์แหละ ไม่รู้จักใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส




วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 23-24/7/57

23-24/7/57

สวดมนต์เป็นพื้น ไม่มีผัสสะกระทบเป็นพิเศษ อารมณ์มี +/- ขึ้นลงนิดหน่อยประปราย

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 22/7/57

22/7/57

เห็นเมื่อวานเละเทะวันนี้พี่จิตก็ตั้งใจขึ้นมามากกว่าเดิม เปลี่ยนวิธีนับใหม่ สมาธิคลอเคลียอยู่กับบทสวดไม่หลงทางได้มากขึ้น

มีหงุดหงิดพี่คนนึงในใจเรื่องงาน แต่พอเจอหน้าเราก็ชวนเขากินขนมได้แบบใจปกติ ค่อยๆ สอนให้มันไม่ก้าวก่ายกัน เขาปฏิบัติต่อเรา กับเราปฏิบัติต่อเขา มันเป็นคนละเรื่อง ส่งผลคนละอย่าง ชอบเอามารวมกันให้กลายเป็นอคติอยู่เรื่อย อันนี้ปล้ำกันหลายวันกว่าจะเพลาลง ใจคอยจะขึ้นหาเรื่องอยู่เรื่อย

ตอนเย็นโดนแม่ด่า เรื่องทิ้งขยะ ก็ฟังๆ ไป ฟังไปก็ไม่ได้เห็นด้วยกับหลักการและเหตุผล แต่กลับไม่มีตัวขึ้นมาแย้ง หรือแก้ตัว มันก็ยอมรับไปโดยดีว่า อือ มันก็เป็นเหตุผลของเขาอ่ะ ก็ขอโทษไปโดยที่ไม่ได้รู้สึกผิด ไม่ได้รู้สึกว่าถูกกล่าวโทษ ไม่มีตัวเกิดขึ้นมารับ ก็แค่ฟังเขาเฉยๆ และรับรู้ว่าเขากำลังรู้สึกแย่อยู่ ขอโทษไปโดยมีเจตนาเดียวคืออยากให้เขาวางความทุกข์นั่นเสีย

ก่อนนอนสวดมนต์ต่อ สวดมาดิบดีทั้งวัน ดันมาชุ่ยเอาตอนนี้เพราะง่วงจัด พอขาดสติแล้วมันก็มีแต่เรื่องไม่เข้าท่า

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 21/7/57

21/7/57

สวดมนต์เมื่อมีโอกาส แต่ฟุ้งซ่านเสียมาก พบว่าเวลาสวดหลายเพลาที่ใจนอนสวดเลยกลิ้งไปกลิ้งมา ไม่ตั้ง(ใจ)สวด มันก็เหมือนการใจลอยดีๆ นี่เอง แต่ลอยอยู่เรื่องเดียว ออกจากเรื่องนี้ไปเมื่อไรก็รู้ว่าคิดไป

เดินๆ อยู่ก็ได้กลิ่นตีนเป็ดมาทักทายอย่างจัง จากเฉยๆ โมหะอยู่ ก็ยิ้มเบิกบานอย่างอดไม่ได้ เวทนามันเปลี่ยนง่ายขนาดนี้เลยนะ

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 18-19/7/57

18/7/57
สวดมนต์ๆ

19/7/57
สวดมนต์ระหว่างการเดินทาง แต่พอได้เรียนอะไรใหม่ ในหัวจะคิดทบทวนสิ่งที่เพิ่งได้เรียนมา พอเสียงสวดมนต์แทรกก็มีรำคาญ ยังเพลินในความคิดอยู่ แล้วก็เกิดทางแยก เอ...จะคิดก่อน รึจะสวดก่อนดี สุดท้ายเลยเหมือนถูกจับเหวี่ยงสองข้าง จะสวดก่อนก็เสียดายความคิดเพราะโอกาสจะถูกกระตุ้นให้คิดเองลักษณะนี้ก็น้อยอยู่มันต้องถูกบิ้ว ครั้นจะคิดก็กลัวจะติดในความเพลินฟุ้งมากหายยาก เลยรู้สึกเป็นแป้งโรตีถูกเหวี่ยงพั่บๆ ไปมา ทำมันทั้งสองอย่างแบบไม่ปะติดปะต่อ

20/7/57
สวดมนต์ระหว่างการเดินทาง อารมณ์พื้นวันนี้เบื่อๆ เฉยๆ ทื่อๆ เห็นมันแยกได้สองครั้ง เออแฮะ แยกได้นี่หว่า ต้องสังเกตุให้มากขึ้น ไปเรียนภาษาบาลีได้เรียนแต่กฏไวยากรณ์พระอาจารย์ไปเร็วมากตามไม่ทัน กฏหยุมหยิมที่ไม่คุ้นเคยเต็มไปหมด สักพักมีโทสะแฮะ ดีที่พระอาจารย์พักเบรกพอดี เลยลงไปกินข้าวมันไก่อารมณ์ก็เปลี่ยน กลับขึ้นมาก็เริงร่าเหมือนเดิม สงสัยน้ำตาลต่ำ เรียนไปก็นึกในใจ ใครนะใครคิดอะไรหยุมหยิมเยอะแยะแบบนี้ คิดในมุมกลับอีกที ใจเราคงยังหยาบอยู่มากกระมัง

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 17/7/57

17/7/57

สวดมนต์เป็นพื้น

ระหว่างวันทำงาน มีขัดใจพี่ท่านนึง ไม่ได้มีเหตุปะทุเฉพาะเจาะจง แต่เป็นความระอาต่อประสิทธิภาพการทำงานแบบสั่งสมมานาน พอคุยๆ กันไป ก็พบว่าเขามีคุณธรรมอย่างนึงที่เราเรียนรู้ได้ คือ เขามีอัธยาศัยในการต้อนรับขับสู้ทุกคนดีมาก อีกทั้งเท่าที่นึกได้ไม่เคยพูดพาดพิงในทางเสียหายแก่บุคคลที่ 3 เลย แม้จะมีเหตุยุให้พูด แกก็เปลี่ยนเรื่องเสีย เราเสียอีกมีแรงส่งหน่อยก็หลุดแล้ว เลยนึกขอขมาต่อคำพูดที่อาจจะเกินเลยไปบ้างต่อแกในใจ

ราคะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนหลังจากหายหน้าไปนานครั้งนี้ระดับการเป็นผู้ดูถอยห่างออกมาได้มากขึ้นเร็วขึ้น เจอทั้งแบบยินดีในคำพูด อันนี้พอเปลี่ยนไปทำอะไรสักพักหนึ่งก็หายไปแล้วสังเกตเทียบความมี/ไม่มีในจิต

กลับบ้านดูรายการไปตอนหนึ่ง ตอนแรกก็นั่งฟังแต่เสียง ตาอ่านซับไป ผู้บรรยายเป็นผู้หญิงแต่งตัวในชุดสูทเรียบร้อยมิดชิดปิดถึงคอ อยู่ๆ ตาก็เหลือบไปมองตำแหน่งหน้าอกเขา แล้วราคะก็พุ่งแหลมเป็น surge ขึ้นมาเลย แอบตกใจ หลังจากนั้นตามันก็คอยจะไปจ้องในตำแหน่งหน้าอกเขาอยู่นั่น หน้าตาไม่สน รู้สึกหื่นๆ พิกล

ก่อนนอนสวดมนต์ต่อจนจบ