วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

ไอ


ไอมาไอไปจะเกือบเดือนแล้ว ก็ยังเลี้ยงไข้อยู่ ไม่ตัดเหตุให้หมดเรื่องหมดราวไป 
ดูเหมือนว่าแม้กระทั่งความตั้งใจที่จะหยุดเหตุก็ไม่มี ไม่มีแรงจูงใจจะถอนโรค??

ความเป็นจริงคือ นึกอยากกินอะไรก็ยังกินอยู่ เพียงแต่บันยะบันยังขึ้น แต่ไม่ถึงกับหยุดกิน 
จัดการเพียงในระดับที่ไม่ให้โรครุมเร้ารบกวนความปกติ 

แล้วก็ย้อนนึกแล้วการปฏิบัติล่ะ เราเอาแค่ไหน?

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

ไปวัด 8-10 มี.ค.56

ไปมากับกฟผ.

ได้ส่งการบ้าน

วันแรก

  • ลพ.เทศน์ ฝึกให้ดูจิตที่ไหลไป ดูพระพุทธรูป กลับมาที่หัวแม่เท้่า ที่ฟัน ที่คิ้ว ให้เห็นว่าไหลไปได้
  • เข้ากลุ่มกะพี่ส. ให้นั่งสมาธิไปพร้อมกัน พี่ว่าก็ดีแล้วไม่ได้เครียดนี่นา ให้ไปเดินก็มีความเกร็งๆ อยู่บ้าง ก็โอเค ถ้ามันเหม่อมากเครียดมากท้อมากก็สมน้ำหน้ามันไปเรย 5555 แล้วก็ของเรานะให้ไปดูผู้บงการเืบื้องหลัง กิเลสก้าวหน้ากว่าเราหนึ่งขั้นเสมอ
  • ตัวอย่างการยกสอนคนใหม่ เขาถามว่าแล้วทำไมเราจะต้องมาดูว่ามันไม่ใช่ตัวเราด้วยล่ะ คำตอบไอ้รถสีขาวเนี่ยจะคันไหนโดยทฤษฏีมันก็เหมือนกัน ได้ยินข่าวคันไหนโดนงัด รถชน ไฟไหม้ น้ำท่วมก็เฉยๆ แต่จำเพาะไอ้ทะเบียนเนี้ย ขีดนิดข่วนหน่อยเป็นเรื่อง ขับไปไหนก็เกร็งกลัวไปโดนอะไร เพราะมันเข้าไปยึดว่านั่นน่ะของเรา มันจะดีกว่ามั้ยถ้าพี่ก็เป็นพี่ต่อไปเนี่ยแหละ รถก็ขับไปเนื่ยแหละ แต่ไม่ต้องไปกังวลกับมัน มันจะขับได้ดีขึ้นด้วยนะ
  • เกมส์ติ๊กความคิด
  • หลวงพ่อเทียนนับ 1-14 ไปด้วย ถ้าทำคนเดียวปุ๊บนับเลขเพี้ยนเมื่อไรรู้ได้เรย
  • พี่บ. นั่งหลังตรงมันจะทรงอยู่ได้แขน 3 เหลียมค้ำพอโงกมันจะตื่น ตรงไม่ตรงให้ไล่จากก้นกบขึ้นไป, ลองไม่ต้องมองหายใจเข้า ดูแค่หายใจออก อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องทั้งสองอย่าง


วันที่สอง

  • สติปัฏฐาน ไม่ใ่ช่มหาสติปัฏฐาน คือสูตรทีี่กล่าวถึงสติปัฏฐานมีหลายสูตร แต่สูตรที่ใหญ่ที่สุดเรียกมหาสติปัฏฐานสูตร
  • ส่งการบ้านว่าสัปหงก แล้วเดี๋ยววูบเดี๋ยวรู้ ลพ.ว่าดูงั้นก็ได้ จริงๆ ตอนที่วูบน่ะมันไม่รู้ มันมีจิตอีกดวงไปรู้ไอ้ตัวที่วูบไปเมื่อกี้ ส่วนไอ้ที่ครอบหัวนั่นให้ไปแผ่เมตตาซะ 
  • เข้ากลุ่มกับพี่อ."คือเราทำได้น่ะ แล้วทำแล้วมันสนุก อยากทำอีก" ^_^ "ความเห็นที่มีข้อสงสัย สงสัยก็รู้ว่าสงสัย"
  • พี่บ. ฝึกแผ่เมตตา ใครส่งการบ้านเราก็อนุโมทนา, เดินจงกรมเสร็จก็แผ่ให้เป็นนิสัย
วันที่สาม
  • ตามดูตามรู้ด้วยใจที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง สำคัญที่ความตั้งมั่นและเป็นกลาง คือความเป็นกลางเนี่ยจะมีเป็นด้วยสติคือเห็นสภาวะด้วยใจที่ตั้งมั่นและเป็นกลางแล้วสภาวะขาดฉับ กับเป็นกลางด้วยปัญญาคือมันเห็นบ่อยจนเห็นกี่ครั้งมันก็เท่านี้ พอต่อๆ มามันมากระทบก็เลยไม่ได้ไหวกระเพื่อมไปกะมัน
  • ทำทำจังหวะ 14 อยู่ใต้ต้นโพธิ์สัปปายะดีมาก
  • พี่หมอณ."เวลาดูเหมือนเดินชมธรรมชาติอย่างงั้น เดินเล่นในสวนสบายๆ ", "เวลารู้นี่มันรู้ทั้งข้างในข้างนอกนะ", "มันไม่ได้ตั้งมั่นตลอดเวลานะ เวลานี้ผมก็ไม่ได้ตั้งมั่นนะ มันมาอยู่แถวข้างหน้าๆ อย่างเงี้ย"
สิ่งที่ได้ที่เห็น
  • ความแน่ใจว่าทีึ่่ทำมาไม่ผิด
  • ความคิดเหมือนเลือดที่ไหลซึมบาดแผล สติเหมือนเครื่องเลเซอร์ยิงให้แผลหายไร้ร่องรอย สักพักปริใหม่ไหลอีกแล้ว ไหลหนักๆ เอาผ้าก๊อซหนาๆ ซับๆๆๆ เอาผ้าออกแผลยังอยู่เลือดแห้งลงไปหน่อย

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

เกร็ดลงทุน

จากป.


เป็นกฏว่าในเงิน 100 ส่วนควรแบ่งลงทุนเป็น
40 ส่วน ลงในอสังหาริมทรัพย์ พวกบ้าน ที่ดิน
30 ส่วน เป็นทองคำ
20 ส่วนเป็น หุ้น
5-10 ส่วน เป็นเงินสดในธนาคาร

เกณฑ์ทั่วไปที่ป.ใช้
สมมติมีทุน 100 บาท
เล่นจนมีกำไร มารวมเป็น 200 บาท
ก็จะขายไปสัก 100 บาทเอาไปซื้อเป็นทอง
ที่เหลือก็ทิ้ง 100 บาทเหมือนเป็นของแถม

ถ้าอยากจะเล่นจริงจังให้ไปซื้อหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นมาอ่าน

ราคาหุ้นกับราคาทองจะแปรผกผันกัน
ในช่วงสงครามทองจะขึ้น หุ้นจะตก
ก็ขายทองมาซื้อหุ้น (พอหุ้นขึ้นก็ขายหุ้นมาซื้อทอง)

ในช่วงเกิดสงคราม, การปฏิวัติรัฐประหาร, การเมืองไม่มีเสถียรภาพ
หุ้นจะตก ตรงกันข้าม ถ้าเป็นช่วงเลือกตั้ง, สงครามเลิกแล้วหุ้นจะขึ้น

สถาบันการเงินถ้าล้ม หรือมีวี่แววจะล้มแห่งใดแห่งหนึ่งให้รีบทิ้งหุ้น (เรียกว่าล้างพอร์ต) เพราะมันเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

เวลาเกิดสงคราม แม้ขาดทุนก็ต้องขาย ขายในช่วงขาดทุนนิดหน่อยไม่ต้องสนใจ เช่น ขาดทุน 10 เปอร์เซ็นต์ก็ขายไปเลย ราคามันจะลงไปเรื่อยๆ ไม่มีใครรู้ว่าลงต่ำสุดถึงเท่าไร มีทฤษฏีว่าเมื่อลงไปสัก 60-70 เปอร์เซ็นต์หรือ 2/3 ให้รีบเก็บ (เวลาลงมันลงเป็นปี ลงนาน ก็ค่อยๆ ทยอยๆ ซื้อไป)


วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อุบัติเหตุ


สิ่งน่าสังเกตคือ ความทนไม่ได้ในจิตใจ ด้วยรู้สึกว่าถูกกล่าวโทษ ทั้งๆ ที่การกระทำดังกล่าวได้มีพื้นฐานทางคุณธรรม ศีลธรรม ที่ไม่ละอายแก่ใจแล้ว

สิ่งนี้อาจแยกออกได้เป็น

  1. ตัณหา ในการอยากได้รับการยอมรับ ว่าตนนั้นทำดีแล้ว เราเป็นเจ้าของความดีนั้น
  2. พื้นฐานศีลธรรมนั้นยังไม่มั่นคงเพียงพอ กล่าวคือ ที่ว่าได้ทำจนไม่เหลือที่ละอายแก่ตนแล้วนั้น อันที่จริงยังมีส่วนที่ผิดพลาดไป
  3. อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง
-----------------------------------

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อวาน คือ แม้ความคิดจะไม่ได้ก่อตัวเป็นคำพูด แต่รู้สึกถึงแนวอันน้อมไปที่จะกล่าวโทษนายที่เปิดประตูจนเป็นเหตุให้คู่กรณีบาดเจ็บ 

สิ่งที่คิดเป็นเรื่องเป็นราวได้ก็คือ ความบาดเจ็บแก่ร่างกายมีขึ้นในอีกฝ่ายแล้ว
ที่จะทำต่อจากขณะนี้ได้ดีที่สุดคือ ป้องกันความบาดเจ็บทางจิตใจ ป้องกันอกุศลในฝ่ายคู่กรณี

คงจะเห็นได้ว่าลืมการป้องกันอกุศลในฝ่ายนายเราไป ด้วยความคิดว่ามาจัดการทีหลังได้

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อวานการปฏิสัมพันธ์ต่อเหตุนั้น ยังไม่ถึงจุดที่ดีที่สุด

-----------------------------------

ประเด็นกล่าวโทษ ไม่ใช่ในเชิงว่า ฝ่ายเราไปทำให้เขาบาดเจ็บเนื่องด้วยมันเป็นอุบัติเหตุ (ซึ่งตรงนี้อีกฝ่ายก็เข้าใจ)
แต่รู้สึกแย่กับความคิดของเขาที่รู้สึกว่าอีกฝ่ายผู้บา่ดเจ็บนั้นกำลังเอาเปรียบ
และรู้สึกแย่กับความคิดว่าคิดว่าเราเสียเปรียบ
-----------------------------------

โพสต์ - ได้เปรียบหรือไม่ก็เป็นความคิด เสียเปรียบหรือไม่ก็เป็นความคิด เมื่อมีคนบาดเจ็บโดยเราเป็นหนึ่งในเหตุนั้นการเสนอความช่วยเหลือโดยปราศจากเงื่อนไขมันเรื่องที่มนุษย์ควรกระทำต่อมนุษย์ไม่ใช่ประเด็นได้เปรียบเสียเปรียบ -- ปัญหาคือจะสื่อให้เข้าใจได้ยังไงเนี่ย

ขณะคิดถึงเรื่องนี้ หรือโพสต์ รู้สึกถึงโทสะกรุ่นๆ ต่อนายและหมอกความไม่ยอมวางในอะไรสักอย่าง
-----------------------------------

ประเด็น "คิดเอง" 
  1.  อยากจะจัดการให้ดีที่สุด โดยจะได้ไม่มีความรู้สึกติดค้างในฝ่ายเรา ไม่อยากให้ฝ่ายนายเราเกิดความรู้สึกผิด - ความจริง ดีที่สุดสำหรับฝ่ายหนึ่งโดยบกพร่องต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
  2. คิดว่านายฝ่ายเราทำอะไรไม่ถูก จึงไม่ทำอะไร - ความจริง เราไม่รู้ว่านายฝ่ายเรามีความคิดอะไรขณะนั้น 
-----------------------------------

ข้อเท็จจริงที่ได้ยินฟัง
"A ไม่รู้ว่า B เป็นอะไรไปเมื่อคืน ถึงได้เปิดโอกาสเต็มที่ให้เขาเอาเปรียบขนาดนั้น เขาเป็นฝ่ายผิดกฏจราจร รถไม่สามารถแซงซ้ายได้ แต่เขาก็ยังวิ่งมา แล้วยังไปพูดว่าชดใช้ตามจริงๆ อะไรก็ไม่รู้ เห็นมั้ยว่าพอพูดแบบนี้เขารีบดูรถใหญ่เลย"

ความรู้สึกตอนฟัง ตกใจ
โดยลึกๆ น่าจะมีความรู้สึกถึง "มานะ" ของตนอยู่ 
มีความไม่ชอบในความไร้คุณธรรมอย่างน่าเกลียดนั้นอยู่

ข้อเท็จจริงที่พูดไป
"เราไม่อยากให้สิ่งใดเก็บมาตกค้างในใจ เราอยากให้จบแบบจบ จบแบบไม่ค้างคา เราเคยโดนรถเฉี่ยว โมโหไปเป็นเดือน (ไม่อยากจะให้ใครต้องมาอยู่ในห้องขังทางอารมณ์อย่างนั้น มันโง่เกินไป - คิด)"

ข้อเท้จจริงที่ได้ยินฟัง
"เพราะนายเข้าใจเมื่อวานถึงไม่ได้พูดอะไรออกไปไงล่ะ"

ยุติสนทนา เพราะรู้สึกว่าคุยกันคนละภาษาแล้ว

-----------------------------------

ประเด็นคือ
  1. เกิดอะไรขึ้น
  2. ถ้าคราวหน้าเกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไร
  3. จะสื่ออะไรให้ฝ่ายเรา, จะสื่ออะไรให้ฝ่ายเขา
-----------------------------------

ในความคิดมีความเชื่อลึกๆ ว่าความ "ยินยอมโดยปราศจากเงื่อนไข" เป็นสิ่งที่ทำให้จากกันด้วยค่อนข้างดีเมื่อวาน และเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างสั้น กระชับที่สุดแล้ว และโดยความที่คิดว่าเสียเปรียบนั้น จริงๆ ไม่ได้เสียเปรียบเลย ไม่มีอะไรเสียเลยแม้แต่น้อย ศีลยังคงอยู่ ธรรมยังคงอยู่ ความตรงไปตรงมาในการอยู่กับโลกยังคงอยู่ จิตใจไม่เสียหายเลย 





清清爽爽 เบอะเบ้อ เ่บ่งบาน




好朋友简简单单,

好情谊清清爽爽,
好缘份久久长长,
好日子红红火火。



พบผองพรรคพวกพ้อง               หมู่ใด
ชิดชอบชุ่มฉ่ำใจ                        อยู่ง่าย
วางวันว่างเวียนไว                    ไปสู่ 
             มิตรมั่นมิหมองหม้าย                    เบอะเบ้อ เ่บ่งบาน



วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

26 กุมภาพันธ์ 56


  • จากการสนทนากับเืพื่อนล. ทำให้รู้เลยว่าติดการแชต -_-