ความพอใจ ไม่พอใจในโลก (คือรูปนาม)
ละได้ด้วยปัญญา
ละได้ด้วยความรู้ทัน
ที่ละคือ ละความยินดียินร้ายในความโกรธ
ไม่ใช่ละความโกรธ
ไม่ใช่ละของดี
ละความยินดีในของดี
ละความพอใจในของดี
ละความยินร้ายในของไม่ดี
ละความพอใจ ไม่พอใจในโลก
ไม่ได้ห้ามมันเกิดขึ้น
แต่ละด้วยการรู้ทัน
เมื่อมีปัญญา - สิ่งเหล่านี้จะแสดงไตรลักษณ์ให้จิตเห็น
ถ้าระลึกได้แต่ไม่มีปัญญา มันก็ไม่แสดงไตรลักษณ์ให้เห็น ก็ไม่เป็นไร ดูไปเรื่อย
พูดง่ายๆ ก็คือ
หัดเอาอคติในใจออกไป
ก็จะได้รู้อะไรตามที่มันเป็น
ไม่ตัดสิน ไม่ดัดแปลง
ไม่รู้จักตนเอง ก็ไปดัดแปลงตัวเอง ดัดแปลงชาวบ้าน
วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561
สัมปชาโน สติมา
คือรู้บ้างหลงบ้าง
ถ้ารู้ตลอด ให้รู้ว่ามันหลง 5555
ระลึกลงที่ไหนก็ได้
กายก็ได้ ใจก็ได้
เวลาระลึกแล้ว
ให้มีความรู้สึกตัว คือสัมปชัญญะด้วย
ไม่งั้นระลึกแล้วจะไปแช่อารมณ์
ถ้ารู้ตลอด ให้รู้ว่ามันหลง 5555
ระลึกลงที่ไหนก็ได้
กายก็ได้ ใจก็ได้
เวลาระลึกแล้ว
ให้มีความรู้สึกตัว คือสัมปชัญญะด้วย
ไม่งั้นระลึกแล้วจะไปแช่อารมณ์
ตามดู ไม่มีอะไรเกินนั้น
การเจริญสติปัฏฐาน
คือการตามดู ไม่มีอะไรเกินนั้น
ตามดูไปตามธรรมดา
เมื่อเข้าใจธรรมดา
อยู่กับธรรมดาได้โดยไม่แทรกแซงไม่เปลี่ยนแปลง
นี้แหละคือการถึงธรรม
ปกติชอบคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดอะไรสักอย่าง
ไม่มีอะไรทำเลย รู้สึกยังไงชอบกล นั่งสักบัลลังก์เถิด
ไม่รู้จะทำไร ทำสักหน่อย เดินจงกรมสักลู่เถิด
อันนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิจากตัณหา อุปาทานที่เกิดจากตัวเรา
อยากให้ตัวเรามีสุข
อยากให้ตัวเราพ้นทุกข์
อยากให้ตัวเราถึงนิพพาน
คือการตามดู ไม่มีอะไรเกินนั้น
ตามดูไปตามธรรมดา
เมื่อเข้าใจธรรมดา
อยู่กับธรรมดาได้โดยไม่แทรกแซงไม่เปลี่ยนแปลง
นี้แหละคือการถึงธรรม
ปกติชอบคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดอะไรสักอย่าง
ไม่มีอะไรทำเลย รู้สึกยังไงชอบกล นั่งสักบัลลังก์เถิด
ไม่รู้จะทำไร ทำสักหน่อย เดินจงกรมสักลู่เถิด
อันนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิจากตัณหา อุปาทานที่เกิดจากตัวเรา
อยากให้ตัวเรามีสุข
อยากให้ตัวเราพ้นทุกข์
อยากให้ตัวเราถึงนิพพาน
วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
มายา สาเถยยะ
มายา
หลอกลวง กลบเกลื่อน
ปิดบังความผิดของตนเองไม่ให้มันชัดเจนออกมา
พูดผิดแล้วก็กลบเกลื่อนไปว่า
อย่าไปคิดมากนะพูดไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจ (จริงๆ ตอนทำก็ตั้งใจนั่นแหละ)
ปรารถนาว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
ดำริว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
พูดว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
ขวนขวายด้วยกายว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
ความเจ้าเล่ห์ ความเป็นคนเจ้าเล่ห์
กิริยาที่หลอกให้หลง ความลวง
ความโกง ความกลบเกลื่อน
ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนบัง ความปกปิด
ความปิดบังการกระทำไม่ชัดเจน
การไม่ทำให้แจ้งการปกปิดมิดชิด การกระทำที่ชั่ว
มีลักษณะเช่นว่านี้นี้เรียกว่า มายา
มายาก็จะตรงข้ามกับ ความซื่อตรง สัจจะ
ของไม่ดีก็ว่าไม่ดี
สาเถยยะ
กระด้าง โอ้อวด
เวลามีดีนิดๆ หน่อยๆ
หรือได้นู่นได้นี่มาก็อวด
การประกาศสิ่งที่ตนมี ใส่ไข่เข้าไปอีก
ยกตน โชว์ตนให้เป็นที่ประจักษ์ ที่ปรากฏ
การมีอะไรดีๆ แล้วเอามาอวด
เรียกว่าเป็นความกระด้าง
การเอาดีมาโชว์ก็อาจเป็นการทำร้ายคนอื่นได้ถ้าคนอื่นไม่มี
จึงเรียกเป็นความกระด้าง
เป็นผู้โอ้อวด เป็นผู้โอ้อวดจัด
ความโอ้อวด กิริยาที่โอ้อวด
ภาวะที่โอ้อวด
ความกระด้างการพูดเป็นเหลี่ยมคูภาวะที่กระด้างในบุคคลนั้น
นี้เรียกว่า สาเถยยะ
หลอกลวง กลบเกลื่อน
ปิดบังความผิดของตนเองไม่ให้มันชัดเจนออกมา
พูดผิดแล้วก็กลบเกลื่อนไปว่า
อย่าไปคิดมากนะพูดไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจ (จริงๆ ตอนทำก็ตั้งใจนั่นแหละ)
ปรารถนาว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
ดำริว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
พูดว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
ขวนขวายด้วยกายว่า ขอใครอย่าได้รู้ทันเรา
ความเจ้าเล่ห์ ความเป็นคนเจ้าเล่ห์
กิริยาที่หลอกให้หลง ความลวง
ความโกง ความกลบเกลื่อน
ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนบัง ความปกปิด
ความปิดบังการกระทำไม่ชัดเจน
การไม่ทำให้แจ้งการปกปิดมิดชิด การกระทำที่ชั่ว
มีลักษณะเช่นว่านี้นี้เรียกว่า มายา
มายาก็จะตรงข้ามกับ ความซื่อตรง สัจจะ
ของไม่ดีก็ว่าไม่ดี
สาเถยยะ
กระด้าง โอ้อวด
เวลามีดีนิดๆ หน่อยๆ
หรือได้นู่นได้นี่มาก็อวด
การประกาศสิ่งที่ตนมี ใส่ไข่เข้าไปอีก
ยกตน โชว์ตนให้เป็นที่ประจักษ์ ที่ปรากฏ
การมีอะไรดีๆ แล้วเอามาอวด
เรียกว่าเป็นความกระด้าง
การเอาดีมาโชว์ก็อาจเป็นการทำร้ายคนอื่นได้ถ้าคนอื่นไม่มี
จึงเรียกเป็นความกระด้าง
เป็นผู้โอ้อวด เป็นผู้โอ้อวดจัด
ความโอ้อวด กิริยาที่โอ้อวด
ภาวะที่โอ้อวด
ความกระด้างการพูดเป็นเหลี่ยมคูภาวะที่กระด้างในบุคคลนั้น
นี้เรียกว่า สาเถยยะ
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
อิสสา มัจฉริยะ
อิสสา
เป็นกิเลสฐานเดียวกับสักกายทิฏฐิ
ถ้าไม่มีตนจะไปอิจฉาเขาทำไม
เขาได้ดีไปอิจฉาเขา
เป็นกิเลสกลุ่มที่พระโสดาบันละได้
อิสสา
ความไม่ชอบเวลาคนอื่นได้ลาภสักการะ ได้คำสรรเสริญ
หรือได้อะไรที่เขาควรจะได้
ความจริงทุกคนก็ได้ในสิ่งที่เขาควรจะได้
เขาทำเหตุมา
เราดันไม่ชอบ
ที่ถูกคือเขาได้ดี ก็ควรจะดีใจด้วย
ไม่ใช่ จะไปมีอะไร๊ ของพ่อแม่มันให้มาทั้งนั้น (อันนี้มันเลวมาก)
ความต่างของมักขะ VS อิสสา
คนอื่นทำความดีเราไม่เห็น เป็นมักขะ (ลบหลู่ในเหตุ - ทำงี้ก็งั้นๆ แหละ)
คนอื่นอื่นได้ผลความดี เราไม่ชอบ เป็นอิสสา (ไม่ชอบในผลที่เขาได้รับ)
เห็นคนทำความดี ก็ให้อนุโมทนา (ไม่ใช่เฉย หรือลบคุณเขา)
เห็นคนได้ผลดี ก็มุฑิตา (ไม่ใช่เฉย หรืออิจฉาเขา)
มัจฉริยะ
หวงแหน รักษา ไม่ให้ไปจากตัวเอง
ยื้อยุดกันไว้
รักของตัวเองก็ไม่ว่า (อันนี้ตัณหาธรรมดา)
แต่หวงกันรักษาไม่ให้มันไปจากเรา ต้องอยู่กับเราเท่านั้น
กีดกันคนอื่นไม่ให้มายุ่งเกี่ยว
ไม่ให้ไปในทางที่เราไม่ชอบใจ (อันนี้มัจฉริยะ)
คู่ตรงข้ามคือ มุฑิตา
ดีใจกับเขาที่เขาได้รับผล
ดีใจด้วยที่เขาที่เขาได้ความดีนั้น ความดีก็จะติดตัวเขาไปเรื่อยๆ
หรือเขาทำชั่ว
กรุณาเขาที่ได้เหตุชั่ว
คิดช่วยเหลือ ช่วยไม่ได้ก็อุเบกขา
คนละส่วนกัน
จะให้หมดมัจฉริยะ
ฝึกจาคะ ฝึกความพร้อมจะให้ มีฝ่ามืออันล้างไว้แล้ว
จาคะไม่ใช่การให้ แต่คือความพร้อมจะให้ตามความเหมาะสม
ความต่างของโลภ และตระหนี่
ตระหนี่นี่ดูคล้ายโลภะ แต่จริงๆ เป็นตระกูลโทสะ
โลภะ เหนียวหนืด ยืดดดด ติด แต่ไม่หวง ก็แค่ชอบสิ่งที่ตนมี แต่ไม่มีลักษณะกีดกัน
ตระหนี่นี่ เข้าขั้นกีดกันคนอื่นเลย ปกปิดสมบัติที่มี หวงแหนไม่ให้คนอื่่นยุ่งเลย
มีลักษณะที่ทำให้ใจแคบเข้า จนทำให้กลายเป็น "ส่วนบุคคล"
ใจกว้างเป็นกุศล เป็นความฉลาด
ใจแคบนี่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
เป็นกิเลสฐานเดียวกับสักกายทิฏฐิ
ถ้าไม่มีตนจะไปอิจฉาเขาทำไม
เขาได้ดีไปอิจฉาเขา
เป็นกิเลสกลุ่มที่พระโสดาบันละได้
อิสสา
ความไม่ชอบเวลาคนอื่นได้ลาภสักการะ ได้คำสรรเสริญ
หรือได้อะไรที่เขาควรจะได้
ความจริงทุกคนก็ได้ในสิ่งที่เขาควรจะได้
เขาทำเหตุมา
เราดันไม่ชอบ
ที่ถูกคือเขาได้ดี ก็ควรจะดีใจด้วย
ไม่ใช่ จะไปมีอะไร๊ ของพ่อแม่มันให้มาทั้งนั้น (อันนี้มันเลวมาก)
ความต่างของมักขะ VS อิสสา
คนอื่นทำความดีเราไม่เห็น เป็นมักขะ (ลบหลู่ในเหตุ - ทำงี้ก็งั้นๆ แหละ)
คนอื่นอื่นได้ผลความดี เราไม่ชอบ เป็นอิสสา (ไม่ชอบในผลที่เขาได้รับ)
เห็นคนทำความดี ก็ให้อนุโมทนา (ไม่ใช่เฉย หรือลบคุณเขา)
เห็นคนได้ผลดี ก็มุฑิตา (ไม่ใช่เฉย หรืออิจฉาเขา)
มัจฉริยะ
หวงแหน รักษา ไม่ให้ไปจากตัวเอง
ยื้อยุดกันไว้
รักของตัวเองก็ไม่ว่า (อันนี้ตัณหาธรรมดา)
แต่หวงกันรักษาไม่ให้มันไปจากเรา ต้องอยู่กับเราเท่านั้น
กีดกันคนอื่นไม่ให้มายุ่งเกี่ยว
ไม่ให้ไปในทางที่เราไม่ชอบใจ (อันนี้มัจฉริยะ)
คู่ตรงข้ามคือ มุฑิตา
ดีใจกับเขาที่เขาได้รับผล
ดีใจด้วยที่เขาที่เขาได้ความดีนั้น ความดีก็จะติดตัวเขาไปเรื่อยๆ
หรือเขาทำชั่ว
กรุณาเขาที่ได้เหตุชั่ว
คิดช่วยเหลือ ช่วยไม่ได้ก็อุเบกขา
คนละส่วนกัน
จะให้หมดมัจฉริยะ
ฝึกจาคะ ฝึกความพร้อมจะให้ มีฝ่ามืออันล้างไว้แล้ว
จาคะไม่ใช่การให้ แต่คือความพร้อมจะให้ตามความเหมาะสม
ความต่างของโลภ และตระหนี่
ตระหนี่นี่ดูคล้ายโลภะ แต่จริงๆ เป็นตระกูลโทสะ
โลภะ เหนียวหนืด ยืดดดด ติด แต่ไม่หวง ก็แค่ชอบสิ่งที่ตนมี แต่ไม่มีลักษณะกีดกัน
ตระหนี่นี่ เข้าขั้นกีดกันคนอื่นเลย ปกปิดสมบัติที่มี หวงแหนไม่ให้คนอื่่นยุ่งเลย
มีลักษณะที่ทำให้ใจแคบเข้า จนทำให้กลายเป็น "ส่วนบุคคล"
ใจกว้างเป็นกุศล เป็นความฉลาด
ใจแคบนี่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
มักโข ปลาโส
มีลักษณะไปเกี่ยวข้องกับคุณความดี ความเก่งของคนอื่น
แต่ไปเกี่ยวแบบไม่ฉลาด ไปเกี่ยวด้วยกิเลส
มักโข (ลบหลู่คุณท่าน)
ลบหลู่คุณความดีเขา ออกไปทำนองไม่ชอบใจ ไม่พอใจ
ทำไม่ให้ปรากฏ
พูดให้น้อย ตัดควงามดีคนอื่นให้ดูลดความสำคัญลง ด้อยค่าลง
แทนที่จะยกย่องก็พูดทำนอง งั้นๆ แหละ ใครๆ ก็ทำได้
เขาคิดจะทำดี คิดจะทำทาน
ก็ควรจะยกย่อง อนุโมทนา
ใครทำก็ดีทั้งนั้น
คนที่เราไม่ชอบไปนั่งสมาธิ
จะมีอะไร๊ นั่งนั่นน่ะ ทำเป็นนั่งจะได้อะไร
มันก็ธรรมดา
ความดีย่อมเป็นความดี
จะเล็กจะน้อยก็เป็นความดี
จะลบความดีไม่ได้
ท่านให้เห็นความดีว่าเป็นความดี
ให้ดีใจที่เห็นผู้อื่นทำดี เขาย่อมมีความสุข
ปลาโส (ตีเสมอ)
คนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเราเท่าไรหรอก
เอาคุณที่ดีของเขาน่ะมาเทียบกับตน ว่าไม่ต่างอะไรกับตนหรอก
จริงๆ ไม่ต้องมาพูดเรื่องตัวเองก็ได้
หยิบความดีคนอื่น แล้วหยิบตัวเองไปตีเสมอ
คนนั้นเข้าวัดแต่เด็กเลยนะ
ฉันก็เหมือนกัน
เอาอายุมาตีเสมอก็ยังได้
เอาความดีคนอื่นยกมาเป็นของตัวเอง
ต้องการให้ตัวเองเด่น
บัณฑิตเวลาพูดเขาพูดความดีของคุณอื่น
คนพาลพูดแต่ความดีของตัวเอง
แต่ไปเกี่ยวแบบไม่ฉลาด ไปเกี่ยวด้วยกิเลส
มักโข (ลบหลู่คุณท่าน)
ลบหลู่คุณความดีเขา ออกไปทำนองไม่ชอบใจ ไม่พอใจ
ทำไม่ให้ปรากฏ
พูดให้น้อย ตัดควงามดีคนอื่นให้ดูลดความสำคัญลง ด้อยค่าลง
แทนที่จะยกย่องก็พูดทำนอง งั้นๆ แหละ ใครๆ ก็ทำได้
เขาคิดจะทำดี คิดจะทำทาน
ก็ควรจะยกย่อง อนุโมทนา
ใครทำก็ดีทั้งนั้น
คนที่เราไม่ชอบไปนั่งสมาธิ
จะมีอะไร๊ นั่งนั่นน่ะ ทำเป็นนั่งจะได้อะไร
มันก็ธรรมดา
ความดีย่อมเป็นความดี
จะเล็กจะน้อยก็เป็นความดี
จะลบความดีไม่ได้
ท่านให้เห็นความดีว่าเป็นความดี
ให้ดีใจที่เห็นผู้อื่นทำดี เขาย่อมมีความสุข
ปลาโส (ตีเสมอ)
คนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเราเท่าไรหรอก
เอาคุณที่ดีของเขาน่ะมาเทียบกับตน ว่าไม่ต่างอะไรกับตนหรอก
จริงๆ ไม่ต้องมาพูดเรื่องตัวเองก็ได้
หยิบความดีคนอื่น แล้วหยิบตัวเองไปตีเสมอ
คนนั้นเข้าวัดแต่เด็กเลยนะ
ฉันก็เหมือนกัน
เอาอายุมาตีเสมอก็ยังได้
เอาความดีคนอื่นยกมาเป็นของตัวเอง
ต้องการให้ตัวเองเด่น
บัณฑิตเวลาพูดเขาพูดความดีของคุณอื่น
คนพาลพูดแต่ความดีของตัวเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)