สติจับเอาไว้ แล้ว...
วิจัย ทบทวน สอบสวน เลือกสรร ธรรมะนั้นด้วยปัญญา
เรียกอีกอย่างคือ เจริญวิปัสสนานั่นเอง
สตินี่ฝึกเอาไว้ให้อยู่กับตัว ให้มีความตั้งมั่น และประกอบด้วยปัญญา
วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562
สติสัมโพชฌงค์
เป็นผู้มีสติ ประกอบด้วยปัญญาอันยิ่ง
ก็คือสติและสัมปชัญญะนั่นแล
ประสงค์จะตรัสรู้
สติต้องมีก่อน ไม่มีสติไม่ต้องพูดถึง
และต้องเป็นสติที่ถูกต้องด้วย
ในสติสัมโพชฌงค์ เน้นสติที่ประกอบไปด้วยปัญญา
ตามรู้กายในกาย ฯ อยู่เสมอ
ความรู้ตัว เป็นสัมปชัญญะ
ปัญญานี่ถ้าเกิดจะมีสติประกอบเสมอ จึงพูดมาทีส่ัมปชัญญะเลย
แต่มีสติ อาจจะไม่มีปัญญาก็ได้
เช่น พวกกรรมฐานภายนอก ได้สติ แต่ไม่ประกอบปัญญา
สติที่จะทำลายกิเลสจะต้องมีกำลัง
สติที่มีกำลังจะต้องมีปัญญา (อันยิ่ง) ประกอบจึงจะมีกำลัง (ทำลายกิเลส)
เหมือนอำมาตย์ยืนอุ้มราชกุมาร มีกำลังกว่าอำมาตย์ยืนเดี่ยวๆ
ปัญญาอันยิ่ง รู้ควรไม่ควร
และเป็นควรไม่ควรจริงๆ ไม่ใช่คิดเอาเอง
ต้องไปเช็คกับคำพระพุทธเจ้าดีๆ
อะไรมีโทษรู้ตามท่านมั้ย ไม่ใช่ว่าเอาเอง
เราไปทำนี้ด้วยวัตถุประสงค์อะไร
ทำไปด้วยกิเลสหรือเปล่า
คำที่พูดนี่พูดด้วยจิตยังไงจึงพูดไป
แล้วมันดับไปได้ยังไง
พวกนี้ถ้าสติไม่ดีจะนึกไม่ค่อยได้
ก็คือสติและสัมปชัญญะนั่นแล
ประสงค์จะตรัสรู้
สติต้องมีก่อน ไม่มีสติไม่ต้องพูดถึง
และต้องเป็นสติที่ถูกต้องด้วย
ในสติสัมโพชฌงค์ เน้นสติที่ประกอบไปด้วยปัญญา
ตามรู้กายในกาย ฯ อยู่เสมอ
ความรู้ตัว เป็นสัมปชัญญะ
ปัญญานี่ถ้าเกิดจะมีสติประกอบเสมอ จึงพูดมาทีส่ัมปชัญญะเลย
แต่มีสติ อาจจะไม่มีปัญญาก็ได้
เช่น พวกกรรมฐานภายนอก ได้สติ แต่ไม่ประกอบปัญญา
สติที่จะทำลายกิเลสจะต้องมีกำลัง
สติที่มีกำลังจะต้องมีปัญญา (อันยิ่ง) ประกอบจึงจะมีกำลัง (ทำลายกิเลส)
เหมือนอำมาตย์ยืนอุ้มราชกุมาร มีกำลังกว่าอำมาตย์ยืนเดี่ยวๆ
ปัญญาอันยิ่ง รู้ควรไม่ควร
และเป็นควรไม่ควรจริงๆ ไม่ใช่คิดเอาเอง
ต้องไปเช็คกับคำพระพุทธเจ้าดีๆ
อะไรมีโทษรู้ตามท่านมั้ย ไม่ใช่ว่าเอาเอง
เราไปทำนี้ด้วยวัตถุประสงค์อะไร
ทำไปด้วยกิเลสหรือเปล่า
คำที่พูดนี่พูดด้วยจิตยังไงจึงพูดไป
แล้วมันดับไปได้ยังไง
พวกนี้ถ้าสติไม่ดีจะนึกไม่ค่อยได้
วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562
ไม่อยากฟุ้งซ่านทำไง
ไม่อยากฟุ้งซ่านก็หลับไง
ไม่อยากหลับก็ฟุ้งซ่านไง
ถ้าไม่มีสติก็ทำได้เท่านี้....
เพราะลักษณะของจิตมีอยู่ 2 อันนี่แหละ ไม่หดหู่ ก็ฟุ้งกระจาย
ทำไมโพชฌงค์มี 7
ก็เพราะมี 7 นั่นแหละ มีเท่านั้นท่านก็ตรัสเท่านั้น
โพชฌงค์มันเป็นเรื่องของการปรับจิต หดหู่/ฟุ้งซ่าน
ไม่อยากหลับก็ฟุ้งซ่านไง
ถ้าไม่มีสติก็ทำได้เท่านี้....
เพราะลักษณะของจิตมีอยู่ 2 อันนี่แหละ ไม่หดหู่ ก็ฟุ้งกระจาย
ทำไมโพชฌงค์มี 7
ก็เพราะมี 7 นั่นแหละ มีเท่านั้นท่านก็ตรัสเท่านั้น
โพชฌงค์มันเป็นเรื่องของการปรับจิต หดหู่/ฟุ้งซ่าน
กำลัง คือละกิเลส
โพชฌงค์นั้นตรงข้ามกับนิวรณ์
ฝึกสติให้เป็นสติสัมโพชฌงค์
หมั่นรู้ตัวอยู่เสมอ ทุกอิริยาบถ มันก็จะกันนิวรณ์ได้
นิวรณ์เครื่องกางกั้น
เป็นเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา
ส่วนโพชฌงค์ เป็นความสะอาด ไม่เศร้าหมอง
บุคคลเจริญมาก ย่อมเป็นไปเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งวิชชา/วิมุตติ
สติที่ต่อเนื่องก็จะรวมจิตเข้ามาได้
สมัยใดอริยสาวก ตั้งใจ ใฝ่ใจ สำรวมใจ เงี่ยโสตสดับธรรม
สมัยนั้นนิวรณ์ 5 ประการ ย่อมไม่มีแก่เธอ
การรวมจิตนี้ก็สำคัญ มันคือสมาธินั่นเอง
สมาธินั้นจะมาได้ก็ต่อเมื่อสติมันมีกำลังมากต่อเนื่อง
สติจะมีกำลัง ก็ต้องอาศัยปัญญา
สตินี่อาจจะมีเยอะ แต่ไม่มีกำลังก็ได้นะ
สติที่เป็นสติสัมโพชฌงค์นี่ หมายเอาสติที่เฉพาะในบางประเด็นเท่านั้น
เรียกว่ามันต้องเป็นสติที่ประกอบด้วยปัญญาอันยิ่งถึงจะมีกำลัง
กำลังที่ว่า นี่หมายถึง "เกี่ยวข้องกับการละกิเลส"
ไม่ใช่ว่า เก่ง แข็งทื่อ แต่ละกิเลสไม่ได้สักอย่าง
ฉะนั้น มีปัญญามากน้อยไม่เกี่ยว
อยู่ที่ว่าละกิเลสได้หรือเปล่า
ไม่ใช่ถามไรรู้หมด กิเลสเพียบ ... แบบนี้เรียกว่าไม่เก่ง ไม่มีกำลัง
สังเกต สติปัฏฐาน เริ่มด้วย "มีความเพียร..."
อันนั้นเป็นตอนต้น
แต่โพชฌงค์ พวกจะบรรลุแล้ว เริ่มด้วย "สติ..."
พอสติมารวมแล้วปัญญาก็วิจัยธรรม
ฝึกสติให้เป็นสติสัมโพชฌงค์
หมั่นรู้ตัวอยู่เสมอ ทุกอิริยาบถ มันก็จะกันนิวรณ์ได้
นิวรณ์เครื่องกางกั้น
เป็นเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา
ส่วนโพชฌงค์ เป็นความสะอาด ไม่เศร้าหมอง
บุคคลเจริญมาก ย่อมเป็นไปเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งวิชชา/วิมุตติ
สติที่ต่อเนื่องก็จะรวมจิตเข้ามาได้
สมัยใดอริยสาวก ตั้งใจ ใฝ่ใจ สำรวมใจ เงี่ยโสตสดับธรรม
สมัยนั้นนิวรณ์ 5 ประการ ย่อมไม่มีแก่เธอ
การรวมจิตนี้ก็สำคัญ มันคือสมาธินั่นเอง
สมาธินั้นจะมาได้ก็ต่อเมื่อสติมันมีกำลังมากต่อเนื่อง
สติจะมีกำลัง ก็ต้องอาศัยปัญญา
สตินี่อาจจะมีเยอะ แต่ไม่มีกำลังก็ได้นะ
สติที่เป็นสติสัมโพชฌงค์นี่ หมายเอาสติที่เฉพาะในบางประเด็นเท่านั้น
เรียกว่ามันต้องเป็นสติที่ประกอบด้วยปัญญาอันยิ่งถึงจะมีกำลัง
กำลังที่ว่า นี่หมายถึง "เกี่ยวข้องกับการละกิเลส"
ไม่ใช่ว่า เก่ง แข็งทื่อ แต่ละกิเลสไม่ได้สักอย่าง
ฉะนั้น มีปัญญามากน้อยไม่เกี่ยว
อยู่ที่ว่าละกิเลสได้หรือเปล่า
ไม่ใช่ถามไรรู้หมด กิเลสเพียบ ... แบบนี้เรียกว่าไม่เก่ง ไม่มีกำลัง
สังเกต สติปัฏฐาน เริ่มด้วย "มีความเพียร..."
อันนั้นเป็นตอนต้น
แต่โพชฌงค์ พวกจะบรรลุแล้ว เริ่มด้วย "สติ..."
พอสติมารวมแล้วปัญญาก็วิจัยธรรม
โพธิ ปัญญาตรัสรู้
โพธิ เป็นชื่อของปัญญา ไม่ใช่ปัญญาทั่วไป แบบรู้รูปนาม รู้ไตรลักษณ์ อันนี้ปัญญาทั่วไป
ปัญญาโพธิ มีลักษณะคือ
ปัญญาโพธิ มีลักษณะคือ
- มันละกิเลสได้ (รู้หมดแต่ละไม่ได้นี่ยังไม่ใช่ปัญญาตรัสรู้)
- รู้สิ่งที่ควรรู้อย่างแจ่มแจ้ง
คืออริยสัจนั่นเอง
รู้ทุกข์โดยความเป็นทุกข์ รู้สมุทัยโดยความเป็นสมุทัย
รู้นิโรธโดยความเป็นนิโรธ รู้มรรคโดยความเป็นมรรค - นำไปสู่นิพพาน
วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562
สติปัฏฐาน สตินทรีย์ สติสัมโพชฌงค์ สัมมาสติ
แรกๆ ยังไม่มีสติ
มาฝึกสติปัฏฐาน 4
พอฝึกไปได้สักหน่อย เริ่มสติเริ่มมีกำลัง
สามารถนึกถึงสิ่งที่ทำ คำที่พูด อันนี้เรียก สตินทรีย์ (จะไม่เรียกสติปัฏฐานละ)
คือรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้จักรักษาเนื้อรักษาตัว
ถ้าสามารถตั้งมั่นแน่วแน่ วิจัยธรรมได้
ก็เรียกสติสัมโพชฌงค์
พอมากขึ้นจนสตินี้ไปรวมกับอันอื่นๆ ทำลายฝ่ายตรงข้าม (ความประมาท) ได้
เรียก สัมมาสติ
ตอนสติปัฏฐาน 4 นี่ยังทำลายกิเลสไม่ได้
ความประมาทยังเข้ามา
มาฝึกสติปัฏฐาน 4
พอฝึกไปได้สักหน่อย เริ่มสติเริ่มมีกำลัง
สามารถนึกถึงสิ่งที่ทำ คำที่พูด อันนี้เรียก สตินทรีย์ (จะไม่เรียกสติปัฏฐานละ)
คือรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้จักรักษาเนื้อรักษาตัว
ถ้าสามารถตั้งมั่นแน่วแน่ วิจัยธรรมได้
ก็เรียกสติสัมโพชฌงค์
พอมากขึ้นจนสตินี้ไปรวมกับอันอื่นๆ ทำลายฝ่ายตรงข้าม (ความประมาท) ได้
เรียก สัมมาสติ
ตอนสติปัฏฐาน 4 นี่ยังทำลายกิเลสไม่ได้
ความประมาทยังเข้ามา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)