ถ้ามานะเฉยๆ คือสำคัญตน
ถ้าอธิมานะ คือ สำคัญตนว่าได้ตรัสรู้ ได้บรรลุ ไม่ได้แปลว่าสำคัญตนมากๆ ไม่ได้แปลว่ามานะจัด
ถ้ามานะเฉยๆ คือสำคัญตน
ถ้าอธิมานะ คือ สำคัญตนว่าได้ตรัสรู้ ได้บรรลุ ไม่ได้แปลว่าสำคัญตนมากๆ ไม่ได้แปลว่ามานะจัด
การแสดงธรรม จะไม่ได้แสดงแค่ว่า "เอ้อ นี่เสียง" แล้วหยุดอยู่แค่นี้ มันจะไม่ได้ประโยชน์อะไร
โทสะไม่ได้น่ากลัว ที่น่ากลัวคือสมุทัย
เมื่อล่วงเลยมโนกรรม หลุดไปถึงวจีกรรมแล้ว
สัญญาจะชัดเจนมากขึ้น ปรากฏทีไรเป็นทุกข์ทุกที วิปปฏิสารกันไป
แม้จะมีความจำอันชัดเจนอยู่ว่าสังขารก็ไม่เที่ยง
แต่ความจำนั้นก็เกิดดับ สลับแทรกกับสัญญาวิปลาสให้เดือดร้อน ตามวาระ
อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาว่า แม้ยังประมาทอยู่อย่างมาก
แต่ภพที่ 8 ก็ไม่มีสำหรับเธอนั้น
มันอาจจะดูอะไรประมาณแถวๆ นี้แหละ ไม่ต้องดูไกล
ข้อสังเกตเมื่อถูกพยาบาทนิวรณ์กลุ้มรุม และใจชุ่มกามนานๆ
พอออกมาแล้วมันจะอยู่ในโหมดถีนมิทธะ ถ้ารู้ไม่ทันจะถูกครอบอยู่สักพัก
มันจะไม่ใช่ สาตสหคต
#บันทึกความคิดขำๆ ไม่มีอะไร
#ไม่มีของดีให้ดูก็ดูนิวรณ์นี่ล่ะวะ
ตัณหา ไม่ได้มีแค่อารมณ์เพลิดเพลินในความสุข
จริงๆ ตัวอารมณ์ธรรมดา คืออุเบกขานี่อันนี้เกิดมาก
ในชีวิตทั่วๆ ไป ที่ไม่ค่อยได้รับอิฎฐารมณ์นี่
เช่น ว่าเห็นของตรงหน้าเนี่ย ไม่ได้โสมนัส แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ และก็ไม่ได้ปัจจเวกอะไรด้วย
เฉยๆ นี่แหละโลภะ-อุเบกขา
เหล่านี้นี่สมุทัยทั้งนั้น
ดังนั้น ปัจจัย-ปัจจยุบัน ต้องใคร่ครวญให้มาก
หูนี่คืออะไรมีปัจจัยอะไร ฟังนี่มีผลอะไร มันพาอะไรมา แล้วมันเที่ยงหรือไม่เที่ยง
การใคร่ครวญทั้งหมดเป็นไปเพื่อละฉันทราคะทั้งสิ้น