วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565

พร 6 ประการ

 พร 6 ประการ

  1. ชนทั้งหลายยังไม่อิ่มด้วยความโลภใด ขอความโลภนั้นอย่ามีแก่เราเลย
  2. ทรัพย์ทั้งหลายจะเสื่อมสิ้นไปด้วยโทสะใด ขอโทสะนั้นอย่ามีแก่เราเลย
  3. ขอเราอย่าได้ต้องเห็น อย่าได้ต้องฟัง อย่าได้ต้องอยู่ร่วมกับคนพาล ไม่ขอกระทำและไม่ขอชอบในในการเจรจาปราศรัยกับคนพาล เพราะคนพาลย่อมแนะนำสิ่งที่ไม่ควรแนะนำ ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ คนพาลนั้นถึงจะพูดดีก็โกรธ เขาไม่ได้รู้วินัย การไม่เห็นคนพาลนั้นเป็นความดี
  4. ขอเราจงได้เห็น จงได้ฟัง จงได้อยู่ร่วมกับนักปราชญ์ ขอกระทำและขอชอบใจในการเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์
  5. ขอให้เรานั้น เมื่อให้อยู่ ศรัทธาไม่พึงเสื่อมไป ครั้นเมื่อให้แล้ว ก็ไม่พึงเดือดร้อนภายหลัง
  6. ขอท่านอย่ามาหาเราอีกเลย การเห็นท่านเช่นเทวดาที่จะสำเร็จสมประสงค์ทุกอข่างแล้ว ก็จะประมาททำความเพียรปรารถนาเป็นเทวดา การเห็นท่านจึงเป็นภัยต่อเรา

3-5 มิ.ย.2022 / 2565

 3-5 มิ.ย.65

ณ ภูเขาห้าลูก พระพุทธรูปมัว ใจแข็งกระด้าง สร้างเป็นขอบเขต ไม่กลมกลืนขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะไปกับน้อง จึงเกิดคู่ควบอย่างนั้นขึ้น

มานะนี้ ทำงานโดยการเปรียบเทียบ เห็นคนอื่นดีกว่าแล้ว ก็เกิดปฏิกิริยา แต่มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

ความไม่รู้นี่จู่โจมหลายทาง

รอบนี้เริ่มต้นด้วยส่งเสริมให้ไปสงสัยเรื่องการแช่ก่อน

แช่อารมณ์ไม่สดชื่น แล้วคิดว่าไม่ต้องแก้

ซึ่งโดยหลักแล้วก็ไม่ต้องแก้จริงๆ แต่ก็ดันไม่ ตื่นรู้ด้วยไง ปล่อย อยากแช่ก็แช่ไป

สงสัยว่า จะต้องแก้ด้วยหรือ เดี๋ยวก็หายนิ เกิดเป็นความสองจิตสองใจว่าจะเอายังไงกับอารมณ์นี้

ความสองจิตสองใจนี้ก็เป็นพลาดดอกที่ 1 ... ต้องการทำอะไรเพื่ออะไร (ยกนี้เธอชนะ)

(จริงๆ เทศน์ก่อนกลับวันนี้ก็ได้คำตอบว่า ถ้าออกจากอารมณ์ทางใจไม่ได้จริงๆ มันติดจริงๆ ให้กลับสู่กาย)

อุบายที่ได้ในรอบนี้ คือ มันไม่ไปแก้ แต่ก็ต้องไม่ปล่อยจม 1 อารมณ์

การแช่ เป็นการที่อารมณ์เป็นใหญ่ และลืม background ลืมผู้รู้
ซึ่งเมื่อลืมผู้รู้นี่ มันเลยถูกครองงำในสิ่งเดียว ไม่มีส่วนแบ่งภาคมาเปรียบเทียบ

 

ไป 3 วัน เห็นมานะ 3 แบบ

วันแรก – เห็นอารมณ์อึนๆ

วันที่สอง – ฟังเทศน์แล้วใจคลาย คลายตรงคำว่า “พระพุทธเจ้าชักสะพานกลับ”

วันที่สาม – เห็นความกระด้างตั้งอยู่คนละส่วนกับใจ

 

ขอขมาพระรัตนตรัยไปในใจก็สั่นสะเทือนอย่างมาก ครูบาอาจารย์ว่าให้ขอขมาออกมาจากใจ

อีกองค์ว่า ที่เขาเคยติด และหลุดได้ก็เพราะ “กลัวตัวเอง”

ดังนั้นให้มาเห็นโทษ เมื่อเห็นแล้วว่ามันเป็นขี้ ไม่มีใครกำอยู่ได้หรอก

 

มีคำชี้แนะมาว่ามันมีเคสที่มานะขึ้นแล้วเป็นทุกข์

กับมีเคสที่ มานะขึ้นมา แล้วทุกข์ แล้วหลบ เช่นเห็นหน้าคนนี้แล้ว

 

ข้อสังเกตด้วยตัวเองสำหรับรอบนี้คือ

มานะมาพร้อมกับโทสะ แต่ไม่ได้เกรี้ยวกราด อาจจะไม่ปรากฏแล้วตัดเข้าหลบเลยก็ได้

ตากระทบ – ใจเปรียบเทียบ – ไม่ชอบใจ – โทสะ – แช่ว่าง / หลบผัสสะไปอารมณ์อื่น

 

ขมวดมาลงที่ประเด็น ว่าที่ว่ารู้ รู้นั้นเป็นกลางต่ออารมณ์หรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่พึงแยบคาย

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

20 พ.ค.2022

20 พ.ค.65
เมื่อใช้ชีวิตหย่อน กามราคะก็กลุ้มรุม
เมื่อใช้ชีวิตตึง ปฏิฆะ ก็กลุ้มรุม

เมื่อไรหนอ เราจึงจะใช้ชีวิตอยู่ผู้เดียวโดยปราศจากตัณหาเป็นเพื่อนได้

ความไม่เป็นดังใจก็มาจากการมีสเปคนี่แหละ เห็นอะไรไม่ตรงอยู่ ค่อยๆ ดูไปนะจิต

17 พ.ค.2022

17 พ.ค.65

วันนี้ใช้เวลาแบบไม่มีช่องว่างจะโอลัลลา เอาจริงใจก็เฉยๆ แต่ก่อนนอนกลับไปเห็นเกมเติมน้ำ เลยโหลดมาเล่น สังเกตดูใจ เหมือนกับอยากไร้สาระวันละนิดก็ยังดี

ตั้งแต่วิเวก ก็ฝึกน้อมอรูปมาเป็นอารมณ์เสมอๆ แล้วก็พบว่าอยู่ดีไม่ว่าดีก็จะชอบไปอยากข้องแวะในรูป 

แต่สำรวจดูเวทนาเอาจริงแล้วเฉยนะ หรือนี่คือความต่างระหว่างรูปราคะและกามราคะ? (สันนิษฐานเองล้วนๆ)

เวลาต่อมาจึงทราบว่าไม่ใช่ สงสัยเองตอบเองเสร็จสรรพ

ได้เป็นข้อสังเกตว่า ความเพลินในกามนี้ มีเวทนาเป็นอุเบกขาก็ได้

15 พ.ค.2022

15 พ.ค.65 วิสาขบูชา ขอนอบน้อบแด่พระรัตนตรัย

ระหว่างนั่งสมาธิพิจารณาอรูป อากาศความไม่สิ้นสุด อะไรๆ ก็ไม่มี ความเป็นช่องว่างระหว่างโมเลกุล โดยสรุปคือทำในใจโดยอรูป

ผลที่ได้ ข้อดี เมื่อกระจายความเป็นรูปออก กามก็ไม่มีที่ตั้ง 

และแม้การพิจารณาอรูปจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ช่วยให้เกิดฉากหลัง ไม่ไปโฟกัสกับกาม มีตัวเทียบว่า กามนี่เป็นเป็นสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น ค่อยๆ ถอดถอนความรู้สึกครอบงำ

ข้อสังเกต ระหว่างพิจารณา ความว่าง เมื่อเอาสัญญาคนสลับเข้ามา และทำให้ว่างไปทีละคน สลายไปทีละคน ถึงจุดหนึ่งกลายเป็นจินตภาพว่าคล้ายกับอยู่ในเกมส์แล้วยิงคนทิ้ง ยุติความเป็นคน หล่นกองแต่เสื้อผ้า ผลคือใจรู้สึกเฉยๆ ไม่ต่างจากผลักตุ๊กตาให้ล้ม ถึงจุดนี้สติเตือนว่าระวัง เพราะดูจะใกล้กับอุจเฉททิฏฐิมาก 

เมื่อสติเตือนดังนี้แล้ว ได้ตามพิจารณาต่อ จึงเห็นว่านี้ก็ความคิดที่ปรากฏขึ้น อาศัยเหตุคือสติเข้าประกบทัน อาศัยเหตุคือฉากหลังปรากฏขึ้น ความคิดที่สืบต่อจากความว่างนี้จึงไม่เตลิด

ได้บทเรียนว่า
การฝึกพิจารณาโดยที่ฐานสมาธิไม่ได้แข็งแรงดี พึงยึดวัตถุประสงค์ให้แม่นมั่น ว่าเพื่อกระจายรูปไม่ให้เป็นที่ตั้งแห่งกามเท่านั้น อาจจะโดนลากเลยเถิดถ้าสติตามไม่ทันได้

7 พ.ค.2022

กลับจากวิเวก 7 วัน 1-7 พ.ค.65 พิจิตร

กลับมารู้สึกว่าการออกจากกาม ใช้มุมอนัตตา / สุญญตา จะสะดวกสบายแก่จิตกว่าใช้มุมอนิจจัง

11 พ.ค. 65
อยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นมาว่า ทำงานเป็นเครื่องอยุ่ไปอย่างนั้น

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565

งงใจ

 

ความรู้ที่ว่ามีอยู่ เมื่อเห็นอกุศล ก็รู้ว่ามันจะผ่านไป จึงไม่มีอะไรให้ไปทำ

การเข้าไปเสพอกุศลต่อขณะที่รู้ว่ามันก็จะผ่านไป

สิ่งที่น่าสังเกต คือการเข้าไป “เฝ้ามอง” ราวกับจะรอดูว่าเมื่อไรจะผ่านไป

สุดท้ายจิตตก

ตกได้ยังไงวะ

ข้อสังเกตคือพอตกแล้ว สักพักเดือดร้อน ผ่านไปสักพักถึงได้นึกได้ “ลืมไปว่า จิตตกก็จะผ่านไป”...งงกับใจ


3 APR 2022


ส่วนหนึ่งจากธรรมหลวงตา


การที่ความคิดไม่ชัดเจน ทำให้เห็นตัวเองไม่ชัด ให้กลับมาหายใจเข้าพุท-ออกโธ มันจะไม่หลงไป สัมปชัญญจะได้ไม่ขาด มันต้องเอาความรู้สึกตัวคานไว้ ไม่งั้นตัวรู้จะไปจี้ใส่จิตจนมันเงียบ แต่ไม่รู้ตัว จึงดูเหมือนเงียบสงบนิ่งเฉย แต่ไอ้ที่ตัวที่เข้าไปดูนี่ไม่ได้นิ่งเฉยเลย

 เป็นผู้รู้ที่มีการกระทำ

 คนที่จะละลมหายใจเข้าออก ละการรู้กายคานอำนาจจิตไว้ จะต้องเห็นผู้รู้ เห็นความไม่มีเสียก่อนจึงจะทำได้ (ต้องเอากายเป็นหลักไว้ก่อนเสมอ)ถ้าย้ายผู้รู้ไปดูจิตตรงๆ จะเกิดอาการจี้ใส่จิต แล้วมันจะเงียบไป เหมือนโปร่งโล่งเบาสบาย แท้จริงไม่ใช่ มันไม่เห็นผู้รู้ ตัวกระดุกกระดิกย้ายไปที่ผู้รู้ ตัวถูกรู้นิ่งสนิท