วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แสนปม

ป.เอ๋ยป.ปม
แม่ไม่นิยมสมรัก
ผู้บุตรขลาดเขลาเศร้าหนัก
กระหายความรักทะเลทราย

ใฝ่ฝันหารักหนักแน่น
พลิกผันดินแผ่นตะวันฉาย
ที่ใดมีรักมากมาย
ฉันนั่งเอียงอายแอบมอง

ใจเอยใจไม่กล้าเอ่ย
ใจเคยผิดหวังซ้ำสอง
จนใจเรานี้ช่ำชอง
สุมกองดองซึ่งโศกา

ปฏิเสธเพียงครั้งคลั่งบ้า
ผินพักตร์ยิ้มทักไหววูบ
ใจเอยแอบอ้อนกอดจูบ

เพียงบุตรอยากได้ซึ่งมาตา

ไร้กมลที่จะเหลือเผื่อผู้ใด

ตาปั้นปึ่งแต่ใจไหวสะเทิ้น
ตายอมเมินแต่ใจไม่ยอมกลับ
ตาบอกปัดแต่ใจไปบอกรับ
ตาบอกขับแต่ใจเรียกให้คืน

รู้ก็รู้ว่าเขามีเจ้าของ
ถึงเขามองเขาก็เห็นเป็นคนอื่น
ใจยังไม่ห้ามใจให้กล้ำกลืน
ตาจะฝืนอย่างนี้กี่เวลา

อย่านะอย่าหวั่นไหวใจห้ามขาด
ใจตวาดแล้วไยใจผวา
ตาร้องไห้ใจก็ตามไปห้ามตา
สมน้ำหน้าดวงใจร้องไห้เอง


นภาลัย สุวรรณธาดา

29/12/2557 เหงานักมักฟุ้งซ่าน

เหงานักมักฟุ้งซ่าน

แส่สั่นหมั่นปรุงฟุ้งซ่าน               พ่นลมระงมผ่าน
เปิดด่านปากช่องนองวจี

คึกคักลำพองผ่องศรี                 หักหาญปารมี
เสริมศักดิ์เสริมศรีมวลมาร

ให้เติบกล้าใหญ่ไพศาล               เป็นไฟสังหาร
คุณธรรมอันร่ำเรียนมา


-----
เหงาหนักมักฟุ้งซ่าน
ให้รำคาญอาการจินต์
หิวนักยักเคี้ยวกิน
ซึ่งอารมณ์ผสมโมห์

คิดมากลากเตลิด
ก่อกรรมเกิดเชิดโทโส
ตัณหาหาทางโต
ได้ออกโอ่โอ้สมใจ

ลอดหลุดเป็นอาวุธ
สะดุดแท้สะดุดใน
ล้อลามละทรามวัย
แม้นผู้ใหญ่ก็ล่วงเกิน

พี่มาอิจฉาน้อง
ด้วยติดต้องคลองดำเนิน
นึกไปให้ขวยเขิน
มิอาจเดินมัชฌิมา

ไฟรักสลักจิต
ปรุงจริตคิดมิจฉา
เพียงครั้งหวังเมตตา
จากธาดาผู้หมางเมิน
-----


วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พูดนิ่มนวล

Diplomatic Language


"ใช่ แต่..."

"เห็นด้วยถึงตรงนี้นะ แต่..."

"เข้าใจนะ แต่..."


เปรียบเทียบ

"นี่มัน...นะ" VS "นี่มัน....ไม่ใช่เหรอ"

"คุณไม่เข้าใจ" VS "ฉันอาจจะพูดไม่กระจ่าง"

"คุณพูดไม่ตรงประเด็น" VS "ฉันยังไม่เข้าใจในประเด็น"

"คุณควรทำอย่างนั้น" VS "เราอยากได้อย่างนี้"


พูดไม่โดยไม่ไม่

แบบญี่ปุ่น

  1. รับคำ ครับ/ค่ะ จากนั้นอธิบายเนื้อหาสาระที่จะสื่อว่าไม่อีกครึ่งชั่วโมง หรือละคำว่าไม่ พูดเฉพาะส่วนเหตุผล
  2. พูดให้คลุมเครือเข้าใจยาก เลี่ยงจุดสำคัญ ให้อีกฝ่ายหลงประเด็นไม่ก็ลืม
  3. ไม่ตอบ/ไม่พูดเรื่องนั้นอีกเลย เช่น 
    1. เปลี่ยนเรื่องพูดกระทันหัน 
    2. วิพากษ์วิจารณ์บุคคลที่ 3 
    3. เปลี่ยนโทนเป็นขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
    4. แกล้งโมโห หาเรื่องจับผิด
    5. หัวร่องอหายเหมือนตลกซะเต็มประดา
    6. แสดงความลังเล
    7. เห็นด้วยในมุมอื่น


"ครับ เป็นคำถามที่ดีมาก แล้วคุณคิดว่ายังไง"

"เอาเถอะ ผมจะรับไว้พิจารณาไว้ก่อนนะ"

"อือมมม...มัน...คง...ไม่...ได้...ง่าย...นัก...หรอก...นะ..."

"งั้นหรอกเหรอ..."

"โดยหลักการ/โดยส่วนตัวเห็นด้วยค่ะ แต่ขอสอบถามเพิ่มเติมอีกนิด คือ..."

ให้

ก่อนให้ใคร่ให้คิด
ตริสักนิดก่อนให้ตังค์
กุศลมิภินท์พัง
ทั้งจะยังให้สบาย

หากมิตรจิตคิดให้
ดำรงใจตั้งความหวัง
จักให้เต็มกำลัง
ดั่งพระจันทร์ในวันเพ็ญ

ให้ใครอย่าให้ชุ่ย
แบใบ้บุ้ยแบบเบียดเบียน
ให้ไปใจต้องเนียน
ใช่กระเบียดกระเสียรตัว

ฝึกใจให้มันคิด
แผ่เมตต์จิตพี่น้องทั่ว
ให้แล้วต้องไม่กลัว
แม้ผลชั่วจะกลับมา

รำลึกตรึกว่าให้
เพื่อรักษ์ใจไม่หมองมัว
ถอนถอดโลภโกรธกลัว
หมักดองใจในธุลี
....
ตริตรองถ้วนถี่แล้ว............... ตั้งจิต
อธิษฐานทานอุทิศ ..............พิสุทธิ์แน่ว
ปวงดำริจงเต็มอิฏ- ..............ฐะผลเอย
ทรงธรรมนำผ่องแผ้ว ...........จิตต้อง นฤพาน

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

กลอนคำพูด

จะพูดจาปราศัยกับใครนั้น
อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู
คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
(สุภาษิตสอนหญิง - สุนทรภู่)
----

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์
มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร
จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา
(นิราศภูเขาทอง - สุนทรภู่)
----

อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานหูมิรู้หาย
แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย
เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ
(เพลงยาวถวายโอวาท - สุนทรภู่)
----