วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปัจจเวกขณะ

ปัจจเวกขณวิถี
มีการพิจารณาอยู่ 5 อย่าง

พิจารณามรรค
พิจารณาผล
พิจารณานิพพาน
พิจารณากิเลสละแล้ว
พิจารณากิเลสเหลืออยู่

บุคคลธรรมดาทั่วไป บางคนท่านก็ว่ารู้ครบบ้างไม่ครบบ้าง รู้อันเดียวบ้าง สองอันบ้าง
บางคนรู้มรรค
บางคนรู้ผล
บางคนรู้นิพพาน
บางคนรู้กิเลสละแล้ว
บางคนรู้กิเลสเหลืออยู่
บางคน....รู้ไม่ทัน 5555

คนเห็นจิตเขายังตัดสินภูมิธรรมเขาไม่ได้เลย
มองจิตเขาเห็นเลยนะ
สาอะไรกับคนทั่วไป

คือมันไวมาก ตามจิตนิยามไม่ทัน
คือตามจิตนิยามมันก็รู้ได้ตามนั้น
แต่เวลาปัญญาเดินจริงอาจไม่ได้รู้ตามนั้นทั้งหมด
เหมือนอภิญญา ก็ใช่จะรู้ได้ทั้งหมดตามที่ท่านว่า

พระอรหันต์จึงยังต้องไปฟังธรรมพระพุทธเจ้า
เพราะบางทีไม่รู้เรื่อง
หรือรู้ก็ไม่รู้ว่าอะไร คือ อะไรก็ไม่รู้
จิตตนิยามมันไว ปัญญาอาจจะตามไม่ทัน

ท่านจึงไม่ได้ให้เอาอาการเหล่านี้เป็นเครื่องวัดความเป็นโสดาบัน
แต่ให้ใช้คุณธรรมภายใน "โสดาปัตติยังคะ"

ถ้าผ่านโสดาปัตติมรรคมา
คุณธรรมเหล่านี้จะครบถ้วน

  • ความเลื่อมใสไม่หวั่นไหวในพระพุทธ
  • ความเลื่อมใสไม่หวั่นไหวในพระธรรม
  • ความเลื่อมใสไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์
  • มีอริยกันตศีล




วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

แค่ไม่ทำไม่ดี แค่นี้ก็ดีแล้ว?

แค่ไม่คิดไม่ดี
แค่ไม่พูดไม่ดี
แค่ไม่ทำไม่ดี
แค่นี้ก็ดีแล้ว? แค่นี้ก็พอแล้ว?

มโนทุจริต vs อกุศลสังกัปปะ

สังกัปปะ
เหมือนเราคิดขึ้นมาเฉยๆ
วันๆ คิดไม่ดีมีเยอะแยะ
แต่ถ้าไม่มี "เจตนาประกอบ" ก็ไม่ถือเป็นมโนทุจริต

แต่เป็นอกุศลสังกัปปะ
คือเป็นความคิดที่เป็นอกุศล
แต่ไม่เป็นทุจริต

การที่เจตนาเข้าประกอบ
ชักนำไปทางนู้นทางนี้ จึงจะเป็นทุจริต/สุจริต

ส่วนความคิดเฉยๆ เช่น เห็นคนเดินมา "กระแดะจังคนนี้"
อันนี้เป็นคิดเฉยๆ ไม่ได้มีกรรมอะไร
แต่ความคิดนี้จะดับไป (ไม่เกิดอีก) ก็ต่อเมื่อเป็นอนาคามี

พระโสดาบันก็ยังคิดอย่างนี้ แต่ไม่มีปัญหากับมัน
แต่ปุถุชนบางทีไปถูกมันครอบต่อ "กระแดะจริงๆ ด้วย"

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ

อาโรคฺยปรมา ลาภา 
ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง

สนฺตุฏฺฐีปรมํ ธนํ 
ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง

วิสฺสาสปรมา ญาติ 
ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง

นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

นิพฺพานปจฺจโย โหตุ

เขียนได้ 2 แบบ
นิพฺพานปจฺจโย โหตุ
นิพฺพานสฺส ปจฺจโย โหตุ 
(ขอให้การกระทำนี้ๆ) จงเป็นปัจจัย แก่พระนิพพาน

อะไรที่เป็นฝ่ายบุญฝ่ายกุศล สามารถเป็นปัจจัยแก่นิพพานได้ทั้งนั้น

ทั้ง 2 คำนี้ไม่มีในบาลี

ในบาลีมีคำว่า นิพฺพานาย สํวตฺตติ
แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ "นิพฺพานาย สํวตฺตติ" (อันนี้พบในธรรมจักร)
"นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย" (อันนี้พบในสติปัฏฐานสูตร)

"นิพฺพานสฺส เม ภนฺเต สจฺฉิกรณตฺถาย กมฺมฏฺฐานํ เทหิ"
อันนี้ปรากฏในคำขอกรรมฐาน อันนี้คำแต่งขึ้น


เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิเถิด

ภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิเถิด
ผู้มีจิตเป็นสมาธิแล้วย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง