วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 28 มี.ค.57


28/3/57

เมื่อวานระหว่างวันก็บริกรรม ตั้งใจเล่นเฟสบุคให้น้อยลง คุยเล่นเพ้อเจ้อให้น้อยลง ใจก็ยังกระหวัดไปหามันอยู่เรื่อยๆ 

ตอนเย็นไปทำวัตรเย็น เดินจงกรม 1 ชั่วโมง

กลับบ้านสวดอิติปิโส +1 นอนค่ะ

การบ้าน 27/3/57


27/3/57

ระหว่างวันก็บริกรรมไปค่ะ วันนี้เสียบหูฟังเสียงสวดมนต์ขณะที่ว่าง แต่ก็ทำทั้งสร้างกำลังและตัดกำลัง เข้าเฟสบุคบ้าง ไปคุยกับเพื่อนบ้าง 

หลังเลิกงานมีบุญได้เจอพี่ที่มีหูมีตาช่วยแนะนำค่ะ ตอนแรกตื่นเต้นมากกลัวด้วยแต่ก็ไป โอกาสมาถึงขนาดนี้ไม่คว้าก็บ้าแล้ว พอแกหันหน้ามาหนูก็รู้สึกสว่างเลยค่ะ โมหะกระจุย 


แกก็พาดูสภาวะ ไหลไปบ่อยมาก จังหวะที่แกสะกิดก็เห็นชัดมากจนว้าว ดูเองไม่ชัดขนาดนี้ ระหว่างนั่งฟังก็มีความชัดสลับกับความมัว โมหะหนูเยอะเห็นแล้วมักจะแช่ แล้วก็บอกว่ากำลังขนาดหนูนี่ทำแค่ชีวิตประจำวันไม่พอนะ ต้องทำรูปแบบด้วย กำลังมีน้อย อินทรีย์ยังอ่อน นานๆ จิตมีคุณภาพจะเกิดสักดวง ทำนิดๆ หน่อยๆ กำลังไม่พอ วิปัสนาญาณจะไม่เกิด ทำแล้วเสียไปกับชีวิตประจำวันหมด แล้วก็จะวนๆ อยู่อย่างนี้แหละ อยู่ป.1 ก็ไม่ขึ้นป.2 สักที

แกบอกว่าฝึกให้เห็นการไหลไปบ่อยๆ จะได้เป็นขณิกสมาธิ หนูเลยถามแกว่า บ่อยที่ว่าคือบ่อยแค่ไหน แกบอกบ่อยจนเกือบตลอดเวลาอ่ะ เนี่ยไหลไปแล้วรู้ เนี่ยไหลไปอีกแล้วแล้วรู้ แล้วก็ไหลไปอีกเห็นเรื่อยๆ ประมาณนี้ จิตที่ส่งออกไปกับจิตที่กลับมานี่ก็คนละดวงแล้วนะเห็นมั้ย ถ้าเห็นไม่พอจิตจะไม่มีข้อมูลมากพอจะตัดสิน

ถามพี่แกว่า ที่หนูเคยเห็นว่ากายไม่ใช่เราตอนเด็กๆ น่ะเห็นจริงมั้ย พี่เขาบอกว่า ไม่รู้สิ ถ้าเห็นแบบไม่ตั้งใจก็น่าจะจริงมั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พอจะทำให้จิตแจ้งอยู่ดี

แอบถามนอกเรื่องด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า อย่างที่พี่เห็นจิตคนอื่นเนี่ยเห็นอย่างไร แกก็บอกเดาๆ เอาน่ะ 5555 มันอธิบายไม่ได้หรอกว่าเห็นยังไง เป็น perception อย่างนึง เหมือนเราทำไมรู้ว่าเข้ามาห้องนี้แล้วร้อน/เย็นล่ะ ที่ฮาคือ นั่งคุยๆ อยู่ แกบอกว่า "นั่นๆ เห็นมั้ยไหลไปทางนั้นแล้ว" 
เราก็ถาม "อ่าว นึกว่ามันไปทางนี้ซะอีก ไปทางนั้นหรอคะ" คือเรารู้ว่ามันไหลเพราะตามันกลอกไป แต่มันไปคนละทางกับที่พี่เขาชี้ 5555

กลับบ้านไปด้วยใจอิ่มเอิบ
นั่งสมาธิ สวดมนต์ แล้วก็นอนค่ะ

29/3/57


ขณะนั่งรถบริกรรมไป ระหว่างวันหลงยาวมีรู้สึกตัวบ้างตอนดูการแสดง มันตื่นเต้นแล้วกล้ามเนื้อมันเกร็งขึ้นมา กลับบ้านนั่งสวดอิติปิโส 79 รอบ นอน 
การบ้านสั้นจู๋ส่งเท่านี้ค่ะ

บันทึกความก้าวหน้าคุณนาย

หลังจากเปิดหลวงพ่อให้ฟังเนียนๆ มาสามสี่ปี

เริ่มจากเมื่อปีก่อนนู้นนั่งฟังเว็บการเมืองอยู่แล้วเราเริ่มเกิดโทสะ คุณนายบอก เกิดโทสะแล้วเห็นมั้ย

พาไปฟังหลวงพ่อที่บ้านจิตสบายได้ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเลือกหนังสือทางเอกกลับมากับมือ แม้ไม่ได้อ่าน 555

เวลาป่วยขอเปิดฟังเสียงสงบ

ชอบฟังหลวงตาประสงค์

ระหว่างทำกับข้าวแล้วฟังเสียงหลวงพ่อไปด้วยมีคำถามเป็นพักๆ ว่า ขันธ์คืออะไร ปริยัติคืออะไร อธิษฐานคืออะไร

ทำบุญกับก้อย

เห็นใจคนหูหนวกขายขนมช่วยซื้อ
เห็นใจคนเข็นขายผลไม้ดึกๆ ช่วยซื้อ

จำรูปหลวงปู่แหวนได้

เริ่มไม่ฆ่าแมลงหลังจากที่ทำด้วยเคยชิน

มีการสั่งเสียว่าถ้าอาการหนักใกล้จะไปให้หาเสียงหลวงพ่อมาเปิด

จำพระอาจารย์กฤชได้ ฟังตอนเล่นเกมส์ไปด้วย แล้วเอานิทานมาเล่าต่อด้วยเรื่องการให้ทาน




วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

11 มี.ค.2557

ระหว่างฟังเพื่อนเล่าเรื่องอย่างหลุดบ้าง อยู่บ้าง
ฉับพลันจิตอนุโมทนาเองกับเรื่องราวที่เพื่อนเล่า ท่ามกลางความมึนๆ นั่นเลย

นึกย้อนแล้วมันก็อนุโมทนาตัวเองอีกคำรบหนึ่ง ^_^

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

10 มีนาคม 2557

สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้จิตตก เข้าใจว่ามาจากด้วยงานคุณภาพทำให้เกิดจิตที่จับผิด
คำว่าเกลียดความเลวของคนอื่นที่ก่อนหน้านี้ฟังจากอีกสถานการณ์หนึ่งสามารถบอกได้ไม่ยากว่าเป็นความอ่อนแอ
แต่พอมาแบบนี้ใจกลับเผลอเพ่งโทษและตำหนิติเตียนไปเสียฉิบ

ทุกดูจริงจัง แต่สุขดูผิวเผินนี่ก็เป็นมิจฉาอย่างนึง

social support ได้รับการพิสูจน์ผ่านพี่หญิง
ด้วยเหตุปัจจัยในความคล้ายด้านนิสัย
ปัญหาที่เจอ และความรักดีในธรรมที่ช่วยกันประคองกันออกมาจากความงี่เง่ามาได้

แถมการได้คุยกับครูได้เป็นการทบทวนเทียบเคียงความเบี้ยวตรงกับอดีตและปัจจุบัน
ดังนั้นการเล่าทบทวน การถูกเฝ้าสังเกต ใจที่ถูกบีบให้รีรันความเป็นไป เพื่อหามิจฉาแล้วข้ามผ่านมันไป
เหล่านี้ก็ช่วยได้

วันนี้ไปวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ เป็นสภาวะที่ดีมาก
ธรรมชาติมีอะไรบางอย่างที่คนให้ไม่ได้
ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร
อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะไม่รู้สึกถึงความบีบคั้นบังคับใดๆ ความกว้างใหญ่นี้โอบอุ้มประหนึ่งแม่ดูแลทารกน้อย
ไม่มีความคาดหวัง ไม่มีคำนิยาม ไม่มีกรอบ ไม่มีขอบเขต
เกิดเป็นญานคาดการเอาว่าการอยู่กับธรรมชาตินานพอจะทำให้กลับสู่ความจริงแท้ได้
แต่มีกับดักอยู่นิดตรงที่จะมีราคะอ่อนๆ กระจายบางๆ อยู่ถ้าติดก็ต้องระมัดระวัง

เกิดความคิดขึ้นว่า จิตของเจ้าของนี้ช่างขยันในการท้อแท้นัก
บางครั้งอาจต้องอาศัยการสะกดให้เชื่อ
คงต้องลองสังเกตอิทธิพลของคำกับจิตใจดู

"เชื่อเหอะ แล้วดีเอง" 😀🌒🌓🌔🌕🌖🌗🌘🌙

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557

19 ม.ค.57

ออกจากบ้านให้ตายไม่หายเหงา
กลับเข้าบ้านยิ่งเศร้าเหงาชิบหาย
สุดท้ายซมซานมาหาใจกาย
มันมิวายด่าให้ "กูบอกมึงแล้ว"

วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

18 ม.ค.57

ช่วงปีใหม่ไปวัดสังเกตเห็นความเบี้ยว
สถานการณ์ หรือสถานที่ หรือคนที่ทำให้เกิดความเบี้ยว
มันบิดไปจากความโปร่งโล่งปกติ ^_^

ผิรู้ ตัวตน วนวายทั่ว
วกกลับ ด้วยหัว คงแก้ได้
หากไม่รู้ กลัวน่า ช้ำใจ
ใครทำ ใครได้ รับเอง