วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 1/4/57

1/4/57
ก่อนลุกจากที่นอนปรับท่าเป็นนอนหงายราบกับพื้นที่ทำให้กายผ่อนคลายและจิตสงบได้เมื่อหลายวันก่อน แต่ทำต่อเนื่องมาหลายวันก็ไม่มีวันไหนเป็นเหมือนวันนั้น คงจะเพราะอยาก อันที่จริงคือไม่มีวันไหนเหมือนกันเลย แต่ถ้าเหมาๆ รวมๆ ก็จะมีแค่สภาวะที่เราอยากได้ กับสภาวะที่เราไม่อยากได้ พอถึงเวลาก็ลุกมาสวดนโมตัสสะ + อิติปิโส 9 จบ
ระหว่างเดินไปทำงานใส่หูฟังเสียงสวดมนต์ แต่พอไปถึงที่ทำงาน เจอเรื่องที่ไม่น่าขัดใจแต่กลับเกิดโทสะน้อยๆ ระหว่างสวดมนต์จิตคงจะถูกโมหะครอบไปตอนไหนเลยเหวี่ยงกลับมากกว่าปกติ พอคิดแบบนี้ก็เลยปล่อยใจให้สบายๆ มากขึ้น
ระหว่างวันก็บริกรรมไปหลวมๆ รู้บ้างหลงบ้าง (ยังหลงมากกว่า) เหมือนวันนี้จะรู้ได้ดีกว่าเมื่อวาน ไม่ก็อีกทีเพราะวันนี้ความคิดไม่เป็นแบบเชี่ยวกรากเหมือนเมื่อวาน 5555
ตอนเย็นกลับบ้านมานั่งสวดมนต์ไปเรื่อยๆ พอง่วงไม่ไหวก็ลุกไปแปรงฟัน แล้วกลับมาสวดต่อแบบเดิน คราวนี้เปลี่ยนเป็นสวดอิติปิโสได้ 43 รอบ
จบการบ้านเท่านี้ค่ะ

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 31/3/57

31/3/57
ระยะนี้ดูใจ(กิเลส)มันคึกค่ะ ขยันไหล มีแรงไหล แต่ไม่ขยันดู + ดูไม่ทัน เยอะจัด เช้าพอรู้สึกตัวขึ้นมาจะรู้สึกถึงกระแสความคิดที่เชี่ยวมาก ก่อนลุกจากที่นอนสวดอิติปิโส 9 จบ ช่วงสวดใจก็มีความตั้งใจขึ้นมา มันยอมสวดแบบไม่ดื้อ ไม่เหลวไหล (อาจจะเป็นเพราะบอกมันว่าจะสวดแค่ 9 จบรึป่าว) พอกราบพระปุ๊บ กระแสเชี่ยวกรากมาต่อเลย
ระหว่างวันก็เป๋ๆ ค่ะ เห็นอะไรบ้างแต่ไม่ชัด รู้แค่ว่าไปเรียบร้อยแล้ว บริกรรมระหว่างวันไม่แข็งแรง
เมื่อวานได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ ก็สวดมนต์ไป 50 นาที ง่วงมาก เปลี่ยนอิริยาบถ กลับมาพอจะขึ้นธัมจักฯต่อไปไม่ไหวตาปิดเลยค่ะลืมไม่ขึ้น 
เมื่อวานตอนคุยกับเพื่อน คุยไปหลายเรื่อง ก็พบว่าบางเรื่องที่คุยถ้าคนฟังไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญหรือเรื่องใหญ่สำหรับเขา การฟังจะเป็นไปแบบหลบไปหลบมา ป้องกันตัว แต่พอคุยถึงประเด็นที่เขาให้ความสำคัญก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีน้ำหูน้ำตาไหลกันเลย เลยได้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการทำอะไรใจที่เปิดรับนี่สำคัญจริงๆ ค่ะ
จบการบ้านค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 30/3/57

30/3/57

ตอนเช้าก่อนลุกรู้สึกมีความคิดมากมายหลายหลาก แล้วก็ยังไม่อยากลุก จึงนอนต่อ จัดร่างกายให้เป็นนอนหงายแล้วค่อยๆ ดูกายไป สักพักความคิดก็สงบลง อยู่ๆ ก็เห็นใจไหลไปไหลมาต่อเนื่องกัน แล้วมันก็หยุด แหย่เท่าไรก็ไม่ดูอีก และก็ไม่ยอมดูอะไรไปอีกตลอดวัน

ไปสวดมนต์ที่วัด นั่งสมาธิ เดินจงกรม
ก่อนนอนสวดอิปิโส เมื่อคืนได้ 58 รอบ

การบ้าน 29/3/57

29/3/57
ขณะนั่งรถบริกรรมไป ระหว่างวันหลงยาวมีรู้สึกตัวบ้างตอนดูการแสดง มันตื่นเต้นแล้วกล้ามเนื้อมันเกร็งขึ้นมา กลับบ้านนั่งสวดอิติปิโส 79 รอบ นอน
การบ้านสั้นจู๋ส่งเท่านี้ค่ะ

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

เกี่ยวกับการบ้าน


  • สุริจันโท วิสุทธิธรรม ส่งการบ้านเพื่อให้เป็นนิสัย เห็นสภาวะตามจริง ได้โอกาสขัดเกลาถอดถอนกิเลส กิเลสมักจะอาย กลัวจับได้ ลากมันออกมาจะได้ถอนรากถอนโคนค่ะ
  • สุริจันโท วิสุทธิธรรม ถ้าไม่ส่งการบ้าน ไม่เกิดการขัดเกลา อ่านสภาวะผู้อื่นแล้วอ่านตำตอบแล้วถ้าเกิดลังเลสงสัย ปรามาสอาจารย์หรือปรามาสธรรมผู้อื่น ก็ยิ่งทำให้เกิดวิบากทำให้สภาวะถดถอย เพราะงั้นจึงจำเป็นต้องมีการกลั่นกรอง เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

การบ้าน 19/3/57


19/3/57

สังเกตตัวเองระหว่างวันไป บางช่วงตั้งใจดูมาก ร่างกายจะตอบสนองเป็นความเครียดทันที พอเผลอก็ผ่อนคลาย รู้สลับกับหลงไปเรื่อยๆ ไม่มีโลภะหรือโทสะใหญ่ แต่มีความขัดใจเล็กน้อยระหว่างพบปะผู้คน ความฟุ้งสะเปะสะปะยังมีมาก

สังเกตตัวเองระหว่างพูดคุยกับเพื่อน จะเกิดมีความคาดหวังอะไรบางอย่าง พอเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังก็เกิดความขัดใจ และความไม่ปกติของเราก็กระเพื่อมไปจนเพื่อนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา เลยเป็นข้อคิดให้ตัวเองว่า เออหนอ ใจเราเป็นทุกข์ก็ไปกระทบคนอื่นให้เป็นทุกข์ตามไปด้ว


มีโอกาสนั่งสมาธิสบายๆ หลังเลิกงาน ร่างกายปลอดโปร่งไม่ง่วง บริกรรมหลวมๆ คู่ไปกับดูร่างกาย สักพักยุงรังควาน ใจก็รำคาญเมื่อมันเกาะตรงนู้นทีตรงนี้ทีไปตามจังหวะเกาะปล่อยของมัน แต่ครั้งนี้ไม่เห็นความทุรนทุรายของใจที่อยากจะขยับ ก็นั่งต่อไปอีกพักหนึ่ง จนรู้สึกว่าที่แขนมีมดไต่ กลัวมันตายเลยลืมตามาเป่ามัน

ตอนกลางคืนสวดมนต์ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วก็นั่งสมาธิ ตั้งใจจะนั่งดูกายไปเรื่อยๆ แต่พอนั่งปุ๊บลมหายใจก็เปลี่ยนเป็นทอดยาว แผ่วเบา กล้ามเนื้อผ่อนคลาย แล้วก็หลับเสียอย่างนั้น รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียง 5555

จบการบ้านค่ะ

  • ธัมมทีโป วิสุทธิธรรม ทีนี้ก็ลองรู้เบาๆ รู้ชิวๆ ผ่อนคลาย ถ้าเราสามารถรู้ได้ละเอียดนะ มันจะเห็นการกระทบ เห็นจิตที่ขยับ พูดโดยย่อคือเห็นการเกิดดับของจิตสังขาร มันเป็นอะไรที่สุดยอด

การบ้าน 18/3/57


18/3/57

พอคิดจะส่งการบ้านเลยต้องทำการบ้าน เริ่มสังเกตตัวเองมากขึ้น จากปกติที่เห็นอยู่ประปรายแบบไม่ตั้งใจดูก็เหมือนใจมันตั้งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ระหว่างการทำงานที่ไม่ต้องคิด ใช้แต่มือขยับ ก็เห็นความคิดล่องลอยไม่เป็นเรื่องราว ลอยไปมาเหมือนก้อนเมฆ บางทีก็สลับร้องเพลง นั่นคือในหัวไม่เคยเงียบ มีเป็น background noise ตลอดเวลา

ขณะเดินทางกลับบ้านบริกรรม"นโมตัสสะฯ" ไปเรื่อยๆ สักพักเปลี่ยนเป็น "เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา" เฉยเลยไม่รู้ตัว 555 ก็ช่างมัน จนถึงบ้านรู้สึกใจแน่นหน่อยๆ จึงเปลี่ยนจากบริกรรมเองเป็นฟังเสียงสวดมนต์แทนใจก็สบาย

หลังกินข้าวเสร็จก็สวดมนต์ประมาณครึ่งชั่วโมง มีช่วงโงกจะหลับ แล้วอยู่ๆ ก็กลัวผีมาเฉยๆ เพราะสติเกือบจะไปแล้วหูมันแว่ว เลยได้รู้ว่าความกลัวเกิดจากความขาดสติ

ระหว่างวันตอนคิดมาถึงเรื่องส่งการบ้าน มันจะมีตัวพากย์ตัวนึง ที่พูดไปแล้วมีความรู้สึกสำทับว่า มัน"เป็น"อย่างนี้แหละ ไอ้ความรู้สึกสำทับนี้หนูรู้สึกว่ามันปลอมชอบกล


  • ธัมมทีโป วิสุทธิธรรม ก็เพราะเหตุผลว่า การจะส่งการบ้านได้ ก็ต้องทำการบ้าน มันก็เลยมีห้องนี้ขึ้นมาค่ะ ใหม่ๆ ก็เชียร์อัพกันหน่อย ต่อไปก็ค่อยๆ ปรับการส่งการบ้าน คือการรายงานตามความเป็นจริง เก็บไว้มาอ่านย้อนหลัง ขำดี
  • ธัมมทีโป วิสุทธิธรรม คนที่มีเสียงดังในหัวตลอดเวลา คือสังขารทำงานเยอะมาก อย่างนี้ควรฝึกสติ และสมาธิเพิ่มหน่อย มันจะแก้กันได้ค่ะ