6/4/57
ตื่นมาสวดอิติปิโสต่อจากเมื่อคืนที่หลับกลางอากาศจนครบ และสวดต่อไปได้อีกนิดหน่อย
ระหว่างวันจิตใจร่าเริงเบิกบาน แต่ไม่มีสติเท่าใดนัก
ช่วงเย็นไปทำวัตรเย็นในงานวัดลอยฟ้า สวดมนต์เสียงดังๆ รู้สึกดีมาก
ก่อนนอนกลับมาสวดอิติปิโส 108 จบ สวดได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเร่งจังหวะความง่วงไม่เล่นงาน แต่พอเลย 108 ไปไม่เท่าไรเริ่มออกอาการ ตั้งใจนั่งสมาธิต่อครึ่งชั่วโมงแต่ได้แค่ 20 นาที
จบการบ้านค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557
การบ้าน 5/4/57
5/4/57
ก่อนนอนตั้งใจสวดอิติปิโส 108 จบ โดนความง่วงยิงถล่มเป็นพักๆ แล้วก็ถูกสอยร่วงในรอบที่ 60 กว่าร่างตกลงบนพื้นเสื่อ
ตื่นเช้ามาสวดต่อจนครบค่ะ T_T
ก่อนนอนตั้งใจสวดอิติปิโส 108 จบ โดนความง่วงยิงถล่มเป็นพักๆ แล้วก็ถูกสอยร่วงในรอบที่ 60 กว่าร่างตกลงบนพื้นเสื่อ
ตื่นเช้ามาสวดต่อจนครบค่ะ T_T
การบ้าน 4/4/57
4/4/57
ตื่นมาสวดอิติปิโส 9 จบ
ตื่นมาสวดอิติปิโส 9 จบ
ระหว่างวันหลงมาก
ตอนเย็นตั้งใจไปงานวัดลอยฟ้าดีใจ
พอเพื่อนโทรมาบอกให้ไปด้วยกันก็เปลี่ยนเป็นหนักใจ
ตอนสวดมนต์รู้สึกชอบใจ
ตอนชมการแสดงรู้สึกขัดใจ
พอได้ไปเล่นเกมก็ดีใจ
เจอเพื่อนโดยบังเอิญก็ดีใจ
เห็นพระอาจารย์เดินมาพอดีรู้สึกดีใจ
พอพระอาจารย์เทศน์เย็นใจ
พอเปล่ียนเป็นเพลงรู้สึกง่วง เบื่อ ขัดใจ
พอเดินออกจากบรรยากาศรู้สึกสบายใจ
กลับบ้านช้ารู้สึกกังวลใจ
พอเพื่อนโทรมาบอกให้ไปด้วยกันก็เปลี่ยนเป็นหนักใจ
ตอนสวดมนต์รู้สึกชอบใจ
ตอนชมการแสดงรู้สึกขัดใจ
พอได้ไปเล่นเกมก็ดีใจ
เจอเพื่อนโดยบังเอิญก็ดีใจ
เห็นพระอาจารย์เดินมาพอดีรู้สึกดีใจ
พอพระอาจารย์เทศน์เย็นใจ
พอเปล่ียนเป็นเพลงรู้สึกง่วง เบื่อ ขัดใจ
พอเดินออกจากบรรยากาศรู้สึกสบายใจ
กลับบ้านช้ารู้สึกกังวลใจ
กลับมาถึงบ้าน บ้านหมุนหน่อยๆ สวดมนต์อิติปิโส 108 จบ สวดๆ ไปง่วงบทสวดทั้งบทรู้ตัวแต่ อิติปิโส กับ ภควาติ พอถึง 90 กว่าอยู่ดีๆ จิตแว่บไปคิดเรื่องเด็กแล้วก็แปลงบทสวดเฉยเลย ตื่นเลย
จบการบ้านค่ะ
(นึกเพิ่มเติมได้จึงแก้ไข)
การบ้าน 3/4/57
3/4/57
ตื่นเช้ามาสวดอิติปิโส 9 จบ ความงัวเงียไม่ยอมลุกยังมีอยู่ ลุกเร็วขึ้น10 นาที เดินไปเดินมาสะบัดแข้งขาให้มันตื่น
ระหว่างวันเห็นความขี้เกียจไปมา ใจไม่ติดกับบริกรรม
หลังเลิกงานไปเดินงานวัดลอยฟ้า เห็นใจมันดี๊ด๊าเหมือนอดอยากมานาน บังเอิญเจอห้องที่กำลังทำวัดเย็นกันอยู่ เข้าไปนั่งสวดด้วยรู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ แล้วก็ออกมาชมส่วนนิทรรศการที่เป็นห้องสีขาวโล่งมีอาสวะกับคู่บารมี debate กันอยู่ แล้วก็เล่นกับแสงไฟเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ เหมือนเปลี่ยนสภาพอารมณ์ มีช่วงหนึ่งไฟดับวูบ จิตก็วูบตามไฟ เห็นแล้วขำตัวเองค่ะ ไม่ตั้งมั่น ไหลสุดๆ
พอกลับมาตอนแรกว่าจะไม่เล่าให้แม่ฟัง อยากให้เขาไปดูเอง แต่นึกไปนึกมาปกติเขาไม่ค่อยชอบไปดูอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยเล่าแบบจัดเต็มให้เห็นภาพเหมือนเขาไปดูเองเลยละกัน เผื่อขายของสำเร็จแม่อยากไปดูเองบ้างเป็นแรงบันดาลใจในธรรมให้ท่าน
ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 จบค่ะ ได้แรงบันดาลใจมาจากงานวัดในเรื่องถีนมิทธะ vs อาโลกสัญญา กลับไปเลยเปิดไฟสว่างโล่เลยค่ะ สักประมาณจบที่ 50 กว่า ความง่วงเริ่มลอยผ่านตา ก็กำหนดให้รู้ว่ามันเริ่มเอาแล้วนะ ตั้งสติให้ดีขึ้น ขยับก๊อกแก๊กนิดหน่อยให้พอตื่น ปากสวดไปเรื่อยๆ มันมาเยือน 2-3 รอบค่ะ พอจบจริงๆ ก็ยังรู้สึกว่าสวดได้ต่อ แต่กลัวนอนไม่ตื่น (ตายตอนจบแบบนี้แหละ 5555)
ตื่นเช้ามาสวดอิติปิโส 9 จบ ความงัวเงียไม่ยอมลุกยังมีอยู่ ลุกเร็วขึ้น10 นาที เดินไปเดินมาสะบัดแข้งขาให้มันตื่น
ระหว่างวันเห็นความขี้เกียจไปมา ใจไม่ติดกับบริกรรม
หลังเลิกงานไปเดินงานวัดลอยฟ้า เห็นใจมันดี๊ด๊าเหมือนอดอยากมานาน บังเอิญเจอห้องที่กำลังทำวัดเย็นกันอยู่ เข้าไปนั่งสวดด้วยรู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ แล้วก็ออกมาชมส่วนนิทรรศการที่เป็นห้องสีขาวโล่งมีอาสวะกับคู่บารมี debate กันอยู่ แล้วก็เล่นกับแสงไฟเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ เหมือนเปลี่ยนสภาพอารมณ์ มีช่วงหนึ่งไฟดับวูบ จิตก็วูบตามไฟ เห็นแล้วขำตัวเองค่ะ ไม่ตั้งมั่น ไหลสุดๆ
พอกลับมาตอนแรกว่าจะไม่เล่าให้แม่ฟัง อยากให้เขาไปดูเอง แต่นึกไปนึกมาปกติเขาไม่ค่อยชอบไปดูอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยเล่าแบบจัดเต็มให้เห็นภาพเหมือนเขาไปดูเองเลยละกัน เผื่อขายของสำเร็จแม่อยากไปดูเองบ้างเป็นแรงบันดาลใจในธรรมให้ท่าน
ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 จบค่ะ ได้แรงบันดาลใจมาจากงานวัดในเรื่องถีนมิทธะ vs อาโลกสัญญา กลับไปเลยเปิดไฟสว่างโล่เลยค่ะ สักประมาณจบที่ 50 กว่า ความง่วงเริ่มลอยผ่านตา ก็กำหนดให้รู้ว่ามันเริ่มเอาแล้วนะ ตั้งสติให้ดีขึ้น ขยับก๊อกแก๊กนิดหน่อยให้พอตื่น ปากสวดไปเรื่อยๆ มันมาเยือน 2-3 รอบค่ะ พอจบจริงๆ ก็ยังรู้สึกว่าสวดได้ต่อ แต่กลัวนอนไม่ตื่น (ตายตอนจบแบบนี้แหละ 5555)
วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557
การบ้าน 2/4/57 แรงดิ้น
2/4/57
เมื่อวานตื่นเช้าสวดอิติปิโส 9 จบ
ระหว่างวันเวลาทำงานมีแรงทำงานปกติ แต่พอพักปุ๊บร่างกายหมดแรงแบบแทบปิดสวิตช์กลางอากาศ จิตมีการดีดดิ้นว่าเนี่ยเพราะนอนไม่พอ นอนไม่มี่คุณภาพเลยเป็นอย่างนี้ ฟังมันตัดพ้อทั้งวันยิ่งเหนื่อยหนัก
ตอนเย็นไปเล่นโยคะ เหมือนได้พักบ้าง พอถึงท่าศพสบายจนหลับไปกว่าครึ่งแล้วโดนเรียกให้นอนต่อไม่ได้ คราวนี้จิตบ่นหนักเลย บอกเนี่ยแบบนี้อีกแล้วพอสภาวะที่จะพักได้ก็ดันพักไม่ได้ กาลเทศะไม่อำนวย
ก่อนกลับบ้านไปงานหนังสือต่อ ด้วยความที่ไม่มีแรง ซื้อสิ่งที่ต้องการเสร็จก็รีบกลับ ระหว่างทางเจอคนรู้จักก็ทักทายกันปกติ (ทีอย่างนี้ทำไมมีแรงคุย -_-)
ระหว่างเดินทางกลับบ้าน จิตมีข้อเสนอ เนี่ยเหนื่อยขนาดนี้กลับไปรีบนอนเลยนะ จะได้นอนมากๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรง เหนื่อยขนาดนี้ไม่ต้องสวดมนต์หรอกทำอะไรต้องรู้จักความพอดี เราก็เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกะมันเป็นพักๆ พอถึงบ้านตัดสินใจว่าอาบน้ำแล้วค่อยว่ากัน
พออาบน้ำแล้วก็มีแรงขึ้นมาหน่อยสวดอิติปิโส บอกตัวเองว่าแค่ไหนก็แค่นั้น ได้อย่างเป็นทางการ 33 จบค่ะ
เมื่อวานตื่นเช้าสวดอิติปิโส 9 จบ
ระหว่างวันเวลาทำงานมีแรงทำงานปกติ แต่พอพักปุ๊บร่างกายหมดแรงแบบแทบปิดสวิตช์กลางอากาศ จิตมีการดีดดิ้นว่าเนี่ยเพราะนอนไม่พอ นอนไม่มี่คุณภาพเลยเป็นอย่างนี้ ฟังมันตัดพ้อทั้งวันยิ่งเหนื่อยหนัก
ตอนเย็นไปเล่นโยคะ เหมือนได้พักบ้าง พอถึงท่าศพสบายจนหลับไปกว่าครึ่งแล้วโดนเรียกให้นอนต่อไม่ได้ คราวนี้จิตบ่นหนักเลย บอกเนี่ยแบบนี้อีกแล้วพอสภาวะที่จะพักได้ก็ดันพักไม่ได้ กาลเทศะไม่อำนวย
ก่อนกลับบ้านไปงานหนังสือต่อ ด้วยความที่ไม่มีแรง ซื้อสิ่งที่ต้องการเสร็จก็รีบกลับ ระหว่างทางเจอคนรู้จักก็ทักทายกันปกติ (ทีอย่างนี้ทำไมมีแรงคุย -_-)
ระหว่างเดินทางกลับบ้าน จิตมีข้อเสนอ เนี่ยเหนื่อยขนาดนี้กลับไปรีบนอนเลยนะ จะได้นอนมากๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรง เหนื่อยขนาดนี้ไม่ต้องสวดมนต์หรอกทำอะไรต้องรู้จักความพอดี เราก็เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกะมันเป็นพักๆ พอถึงบ้านตัดสินใจว่าอาบน้ำแล้วค่อยว่ากัน
พออาบน้ำแล้วก็มีแรงขึ้นมาหน่อยสวดอิติปิโส บอกตัวเองว่าแค่ไหนก็แค่นั้น ได้อย่างเป็นทางการ 33 จบค่ะ
การบ้าน 1/4/57
1/4/57
ก่อนลุกจากที่นอนปรับท่าเป็นนอนหงายราบกับพื้นที่ทำให้กายผ่อนคลายและจิตสงบได้เมื่อหลายวันก่อน แต่ทำต่อเนื่องมาหลายวันก็ไม่มีวันไหนเป็นเหมือนวันนั้น คงจะเพราะอยาก อันที่จริงคือไม่มีวันไหนเหมือนกันเลย แต่ถ้าเหมาๆ รวมๆ ก็จะมีแค่สภาวะที่เราอยากได้ กับสภาวะที่เราไม่อยากได้ พอถึงเวลาก็ลุกมาสวดนโมตัสสะ + อิติปิโส 9 จบ
ระหว่างเดินไปทำงานใส่หูฟังเสียงสวดมนต์ แต่พอไปถึงที่ทำงาน เจอเรื่องที่ไม่น่าขัดใจแต่กลับเกิดโทสะน้อยๆ ระหว่างสวดมนต์จิตคงจะถูกโมหะครอบไปตอนไหนเลยเหวี่ยงกลับมากกว่าปกติ พอคิดแบบนี้ก็เลยปล่อยใจให้สบายๆ มากขึ้น
ระหว่างวันก็บริกรรมไปหลวมๆ รู้บ้างหลงบ้าง (ยังหลงมากกว่า) เหมือนวันนี้จะรู้ได้ดีกว่าเมื่อวาน ไม่ก็อีกทีเพราะวันนี้ความคิดไม่เป็นแบบเชี่ยวกรากเหมือนเมื่อวาน 5555
ตอนเย็นกลับบ้านมานั่งสวดมนต์ไปเรื่อยๆ พอง่วงไม่ไหวก็ลุกไปแปรงฟัน แล้วกลับมาสวดต่อแบบเดิน คราวนี้เปลี่ยนเป็นสวดอิติปิโสได้ 43 รอบ
จบการบ้านเท่านี้ค่ะ
วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557
การบ้าน 31/3/57
31/3/57
ระยะนี้ดูใจ(กิเลส)มันคึกค่ะ ขยันไหล มีแรงไหล แต่ไม่ขยันดู + ดูไม่ทัน เยอะจัด เช้าพอรู้สึกตัวขึ้นมาจะรู้สึกถึงกระแสความคิดที่เชี่ยวมาก ก่อนลุกจากที่นอนสวดอิติปิโส 9 จบ ช่วงสวดใจก็มีความตั้งใจขึ้นมา มันยอมสวดแบบไม่ดื้อ ไม่เหลวไหล (อาจจะเป็นเพราะบอกมันว่าจะสวดแค่ 9 จบรึป่าว) พอกราบพระปุ๊บ กระแสเชี่ยวกรากมาต่อเลย
ระหว่างวันก็เป๋ๆ ค่ะ เห็นอะไรบ้างแต่ไม่ชัด รู้แค่ว่าไปเรียบร้อยแล้ว บริกรรมระหว่างวันไม่แข็งแรง
เมื่อวานได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ ก็สวดมนต์ไป 50 นาที ง่วงมาก เปลี่ยนอิริยาบถ กลับมาพอจะขึ้นธัมจักฯต่อไปไม่ไหวตาปิดเลยค่ะลืมไม่ขึ้น
เมื่อวานตอนคุยกับเพื่อน คุยไปหลายเรื่อง ก็พบว่าบางเรื่องที่คุยถ้าคนฟังไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญหรือเรื่องใหญ่สำหรับเขา การฟังจะเป็นไปแบบหลบไปหลบมา ป้องกันตัว แต่พอคุยถึงประเด็นที่เขาให้ความสำคัญก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีน้ำหูน้ำตาไหลกันเลย เลยได้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการทำอะไรใจที่เปิดรับนี่สำคัญจริงๆ ค่ะ
จบการบ้านค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)