วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

การบ้าน 21/3/57


21/3/57

เหมือนจะมีโมหะแทรกมาเป็นวันที่ 2 แล้วค่ะ เมื่อวันที่ 20 หลังจากที่ใจอิจฉาหายไปก็นึกว่าไม่มีอะไรต่อ ใจมันเฉยๆ ต่อมาเหมือนมันเนือยๆ เหนื่อยๆ หนืดๆ ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคนเพิ่งบริจาคเลือด ตอนแรกคิดว่าเพลียเพราะตื่นเช้ามาหลายวัน กายหลับๆ ใจหลับๆ ไม่อยากยุ่งกับใคร ปกติเวลาคุยกับผู้ใหญ่ที่ทำงานมันจะนอบน้อม แต่นี่มันไม่สนใจเลยว่าคนอื่นจะคิดยังไงมองยังไง วินาทีนั้นสนแต่ตัวเอง 

ตอนเย็นไปสวดมนต์ที่วัด ช่วงแรกเกือบจะหลับอยู่แล้ว พอสวดมาถึงธัมจักรฯ หลวงพี่ติดสปีดชินกันเซนก็เลยตื่นขึ้นมาพักนึง เรียกว่าเป็นความสว่างแรกของวันเลย T_T 

ขากลับตอนเดินกลับบ้านก็กลับมามืดอีก ขนาดรถเปิดไฟมาข้างหลังยังคิดไม่ได้เลยว่าต้องหลบ อาการหนัก

กลับถึงบ้านเลยเปิดเสียงธรรมะฟัง ก่อนนอนฟังเสียงสวดมนต์แล้วก็หลับค่ะ

-------
(แก้ไขเพิ่มเติมค่ะ พอดีไปเจอบันทึกตอนเช้าด้วย ตอนแรกหาไม่เจอ)

เช้า 21/3/57

ก่อนนาฬิกาจะปลุก ความรู้สึกแรกที่รู้ตัวคือ มีความคิดสะเปะสะปะอยู่ สักพักนาฬิกาก็ปลุก แต่นอนต่อ อยู่ดีๆ จิตก็รวบตัดความสะเปะสะปะ 90% ไปได้ (สงสัยจะลงวงจรจะหลับอีกรอบ) สักพักก็ออกมาสะเปะสะปะใหม่ แล้วก็รวบใหม่เป็นแบบนี้ 2 วงจร เมื่อถึงเวลาจึงลุกขึ้น

การบ้าน 22/3/57


22/3/57 
ตื่นมายังรุ้สึกว่าเฉื่อยๆ ทั้งที่ได้นอนเต็มที่ เลยรู้ชัดว่าที่เป็นมาสองวันไม่เกี่ยวกับร่างกาย 

ลงไปซักผ้าที่ร้านใกล้หอ เจอเรื่องขัดใจตอนคุยกับเจ้าของร้าน ระหว่างเดินกลับขึ้นมาเห็นโทสะใหญ่มาก (ใหญ่เกินหน้าเกินตาเรื่องที่เกิด) และเกิดแบบดีเลย์ ในใจก็คิดว่าวันนี้ต้องสำรวมสุดๆ พื้นไม่ดี

สภาพโดยรวมสว่างกว่าเมื่อวันศุกร์ ระหว่างว่างก็นั่งฟังเสียงสวดพาหุงไปเรื่อยๆ ใจยังคงฟุ้งสะเปะสะปะ พอรู้สึกตัวขึ้นมาแว่บหนึ่งก็หลงต่ออย่างรวดเร็ว

การบ้าน 23/3/57


23/3/57

ตื่นบนเก้าอี้แข็ง รู้สึกว่าตื่นมากกว่านอนบนเตียงนุ่ม 

วันนี้มีงานให้เลือกสองงาน เป็นงานที่ดีทั้งคู่ แต่มีงานนึงเหมือนใจมันหลบๆ คอยเชียร์ว่าไม่ต้องไปหรอก เลยตัดสินใจว่าไปงานนี้แหละแกล้งมัน555

ระหว่างวันดูโมหะ วันนี้จางลง พอรู้สึกตัวได้เมื่อเทียบกับวันก่อนๆ ที่รู้สึกตัวได้ยาก 
ช่วงอยู่บนรถมีบริกรรมสลับกับดูกาย ดูผัสสะ และคิดเรื่อยเปื่อย พอตามันไปเห็นตัวอักษรมันก็อ่านออกเสียงในใจไปอัตโนมัติ

สังเกตเรื่องที่คิดจะวนไปมาไม่กี่อย่าง คนรู้จัก, สิ่งที่ต้องทำ, การบ้าน

จากการที่โมหะอยู่เป็นเพื่อนหลายวัน ได้ข้อสรุปแบบคิดเอาว่า อกุศลที่กำลังเกิดมันเป็นวิบากเก่าช่างมันเสีย มาสร้างเหตุใหม่ให้วิบากใหม่ลืมตาอ้าปากได้ดีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่าที่วันนี้พอรู้ตัวได้เพราะนั่งฟังเสียงสวดมนต์เมื่อวาน

บุญที่ได้ทำในวันอาทิตย์
- ถวายอาหารพระอาจารย์
- สวดมนต์ นั่งสมาธิ

จบการบ้านค่ะ

การบ้าน 24/3/57


24/3/57

ระหว่างวันมีสติมากกว่า 3-4 วันที่ผ่านมา มีสติชัดหลายช็อต เดินไปไหนมาไหนนึกได้ก็บริกรรม ดูมันมีแรงมากขึ้น กะว่าไหนๆ ก็มีแรงเลิกงานกลับบ้านไปสวดมนต์ดีกว่า ปรากฏพอถึงเวลาจริงๆ มีเสียงฉุด เดี๋ยวทำนี่ก่อน เดี๋ยวทำนั่นก่อน เดี๋ยวค่อยไปสวด 

ขณะสวดมีแว่บอยู่หลายขณะ

การบ้านวันนี้มีเท่านี้ค่ะ

การบ้าน 25/3/57


25/3/57

บริกรรมระหว่างวันแบบติดๆ หลุดๆ ค่ะ บริกรรมแค่หลวมๆ ไม่ได้ทับให้แน่นเลยมีสติแบบบันยะบันยัง

กลับบ้านสวดมนต์อิติปิโสอายุ+1 
ก่อนสวดง่วงเล็กน้อย ตอนสวดอยู่ก็สติดี-สติอ่อนเป็นวงจรไปค่ะ

จบการบ้านค่ะ (ทำไมมันสั้นลงทุกวันนะ 5555)

การบ้าน 26/3/57


26/3/57

บริกรรมระหว่างวันแน่นกว่าเมื่อวาน สติิค่อยเป็นค่อยไป เจอเรื่องขัดใจก็เห็นแต่ไม่ปล่อย (ทีเรื่องดีใจนี่ปล่อยเร็วเชียว ") ความคิดจรไปมาสลับกับคำบริกรรม

รู้สึกถึงความยึดในความเห็นมีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนไม่ขยับเขยื้อน แล้วทุรนทุรายจะไม่เอาก้อนนั้น แล้วก็อยากทำลายให้มันหายไปจะได้โล่งๆ นั่งดูไปก็ไล้ท์บอย เลยไปวิ่งซะหน่อย ก็โล่งขึ้น

ก่อนนอนสวดอิติปิโส อายุ+1 ไม่ใช้อะไรช่วยนับเลยสวดเสร็จเลยรู้สึกได้สติสมาธิดีกว่าวันอื่น

การบ้านมีเท่านี้ค่ะ

การบ้าน 28 มี.ค.57


28/3/57

เมื่อวานระหว่างวันก็บริกรรม ตั้งใจเล่นเฟสบุคให้น้อยลง คุยเล่นเพ้อเจ้อให้น้อยลง ใจก็ยังกระหวัดไปหามันอยู่เรื่อยๆ 

ตอนเย็นไปทำวัตรเย็น เดินจงกรม 1 ชั่วโมง

กลับบ้านสวดอิติปิโส +1 นอนค่ะ