วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 28/4/57

28/4/57

ตื่นเช้ามานั่งสมาธิได้ประมาณ 20 นาที

ระหว่างวันเจอผัสสะก็เฉยๆ แต่มีเสียงบอกเล็กๆ ว่ารีบๆ ออกมาอย่าต่อความเดี๋ยวงานเข้า

ก่อนเลิกงานมีช่วงที่ต้องรอเวลา 5-6 นาที ระหว่างนั่งเอ๋อ ก็มีเสียงเตือนบอกอย่ากระนั้นเลยอิติปิโสไปด้วยละกันดีกว่าปล่อยให้ใจลอยไป

หลังเลิกงานไปวิ่งออกกำลัง ท่องสวดมนต์ไปด้วย วิ่งไปสามรอบพอหยุดวิ่งความรับรู้ก็มาอยู่ที่กาย รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนใจหยุดลอยเสียบ้าง ระหว่างทางพบว่าการไปหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ น้ำพุ รับรู้ถึงเสียงน้ำตกและไอเย็นเป็นอะไรที่เยียวยามาก

พอกลับบ้านไปพบว่าร่างกายเพลียมาก (อะไรมันจะขนาดนั้น) วิ่งสามรอบหลับไปเกือบสามชั่วโมง เปิดฟังเสียงเทศน์ไปด้วยแต่จำอะไรไม่ได้เลย 5555

ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 เมื่อคืนนั่งหลับตาสวด คราวนี้จิตจับบทพุทธคุณได้ดีกว่าบทอื่น บทที่หายมากที่สุดคือธรรมคุณ สวดๆ ไปอยู่คุณนายก็ร้องเพลงขึ้นมาซะงั้น เป็นการช่วยเรียกสติได้ดีค่ะ สติไม่อยู่จะหลงไปกับเพลงคุณนาย (แต่ในใจคิดอย่าร้องนานกว่านี้นะ 555)

ตอนสวดกายค่อนข้างนิ่งขยับแค่ 3 ที แต่ใจก็ยังไหลไปไหลมาเหมือนเดิม สักประมาณรอบที่ 90 กว่ามีอยู่ช็อตนึงที่รู้สึกเหมือนใจนิ่ง ไม่กระเพื่อมตามบทสวด แต่อยู่ได้ไม่นานมันก็กลับมากระเพื่อมตามบทสวดเหมือนฝนตกลงในหนองน้ำแล้วเกิดคลื่นเล็กๆ พอสวดจบรู้สึกยังมีแรงเลยแถมไปอีกนิดหน่อย นั่งสมาธิอีกประมาณ 20 นาที

จบการบ้านค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 27/4/57

27/4/57

ตื่นเช้ามานั่งสมาธิได้ครึ่งชั่วโมง

ระหว่างวันมัวแต่ร้อนรู้สึกง่วงนอนและหมดแรง สังเกตุว่าช่วงที่ราคะรบกวนนี่ ระบบฮอร์โมนกับร่างกายก็เปลี่ยนแปลง (จริงๆ ไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผล) ดูระบบประสาทบางส่วนมันทำงานมากกว่าปกติ ที่ชัดเจนคือความรู้สึกที่มือ ที่แขน ที่ก้นกบมากขึ้น รู้สึกปวดอึ๊เกือบทั้งวัน 5555

ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 เมื่อคืนเปลี่ยนสวดแบบไม่ใช้หนังสือสวดมนต์ เพราะเห็นมันสวดตาลอยมา 2 วัน แต่ก็เอาไว้ใกล้มือเผื่อฉุกเฉิน พอไม่มีบทสวดให้จดจ้อง สติก็มาอยู่กับกาย แต่ก็ยังหลงไปหลายตลบ รอบไหนไม่แน่ใจว่าข้ามพุทธคุณ ธรรมคุณมารึป่าว ก็สวดซ่อม นั่งนิ่งสวดไปได้รอบที่ 70 กว่า ระหว่างทางคุณพี่จิตผู้ขี้เบื่อก็จัดสรรนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา สวดด้วยเสียงหล่อแบบจอร์จกะซาร่า สวดไปก็ขำไป ดีว่าหันหลังให้แม่ไม่งั้นคงโดนหาว่าเพี้ยน แถมมีการแย็บนิดๆ ว่าถ้าคุณแน่อย่าแพ้พญามาร แล้วมันก็จินตนาการเป็นเด็กสองคนแข่งสวดมนต์กัน ซึ่งก็ดีค่ะเมื่อคืนเริ่มสวดเที่ยงคืนกว่าก่อนสวดหวั่นๆ ว่าจะไม่รอบ มีกำลังใจมาแบบนี้สู้ตาย

การบ้าน 26/4/57

26/4/57

วันเสาร์ตื่นเช้ามานั่งสมาธิได้ประมาณครึ่งชั่วโมง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานโอกาสเจอผัสสะมีน้อย ดูมันดี๊ด๊าร่าเริงได้เต็มที่ แต่ลึกๆ ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์ ยังป๊อดที่จะเจอผัสสะอยู่

ระหว่างวันสังเกตุตัวเองจากการอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ รู้สึกการรับรู้ยังไม่รอบ ยังไม่ฉับไว เวลาตั้งใจจะทำอะไรจะถลำไปทำ เวลาถูกถามจะถลำไปคิด ไปโฟกัสความหมายของคำถามจนเกินพอดี (ประมาณโดนหลอกถาม แล้วไม่ว่าจะตอบอะไรก็ไม่ใช่คำตอบอยู่ดี) แล้วสิ่งแวดล้อมจะถูกหรี่ไฟลงชั่วคราว

ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 ง่วงมากหลังจากที่คิดว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันความง่วงขณะสวดมนต์ได้แล้ว เมื่อคืนก็แสดงความไม่เที่ยงให้เห็นเลย สวดถึงรอบที่ 90 กว่าพี่จิตบอกพอเห๊อะอีกสิบกว่าจบไปต่อเอาพรุงนี้เช้าก็ได้ไม่ใช่ไม่เคยทำ น่าน แอบสังเกตว่าความง่วงมักเล่นงานในคืนวันศุกร์กับเสาร์ ทู่ซี้สวดต่อถึงรอบ 105 มันยังงอแงว่าไม่เอาแล้วไม่ไหวแล้วขาดสามจบเอง ก็หลับหูหลับตาสวดจนจบค่ะ

ว่าแต่ ธัมวิจัยที่อ.เจี๊ยบว่านี่ทำยังไงอ่ะคะ 5555


วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 25/4/57

25/4/57

วันนี้ไม่ตื่น ไม่ได้ยินนาฬิกาปลุก อดนั่งสมาธิเช้า ตื่นมาสวดอิติปิโส 9 จบ สติก็ยังไม่ได้เรื่อง ลุกไปอาบน้ำ ก็นึกถึงคำว่า "หนอ" มันก็ "ถูๆๆๆๆ หนอ" "ล้างๆๆๆ หนอ" เป็นจังหวะแร็พมาเลย เป็นการอาบน้ำที่ฮามาก

ตอนอาบน้ำความคิดไปพิจารณาถึงเครื่องมือว่า บางครั้งการใช้เครื่องมือที่เกินความควบคุมมันจะกลายเป็นว่าถูกเครื่องมือใช้เอาแทนได้และเกิดความกลัวที่จะใช้ แต่เมื่อวานที่เจอภาวะเงียบนั้นมันรู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัวมีอะไรก็ใช้ไปดูมันปรับอะไรๆ เอาเอง

ตอนเดินมาทำงานตอนเช้า มันก็ท่องคำบริกรรมของมันไป อยู่ๆ พี่จิต A ก็ปั้นน้ำเป็นตัว แปลงร่างเล่นบทบาทสมมติอะไรก็ไม่รู้ในความคิดเป็นตุเป็นตะ พี่จิต B เห็นแล้วก็แซวว่า "เมื่อกี้ทำอะไรน่ะ" แล้วก็ฮา วันนี้ตลอดวันหงุดหงิดและฟุ้งซ่านหลายช็อต แล้วพี่ A กับพี่ B เขาก็สวมบทบาทผู้แสดงกับผู้ชมที่คอยแซวสลับกัน วันนี้เลยขำตัวเองทั้งวัน

ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 24/4/57

24/4/57

ตื่นเช้าได้ด้วยเสียงนกร้อง ลุกขึ้นมาได้โดยไม่อิดออด แต่รู้สึกเหมือนมีกายหนักๆ อารมณ์เฉยๆ เป็นอุเบกขาซื่อบื้ออยู่ข้างใน ลุกขึ้นมานั่งสมาธิ จะเรียกว่าสติดีก็ไม่ใช่ แต่นิ่ง ขณะนั่งรู้สึกเหมือนมีเงาดำนั่งทับ มันไม่ได้นิ่งแบบสบายแต่นิ่งแบบขี้เกียจขยับ ขี้เกียจคิดด้วย ขนาดเรื่องที่เมื่อวานออกมาเพ่นพ่านตอนสวดมนต์มากมายพอลองแหย่มันคิดดูมันยังไม่ถือสาหาความด้วย ประหลาดดี

ระหว่างวันช่วงเช้าคุมสติได้ดี แต่พอผ่านไปกลับหลุด พูดจาไม่มีเมตตาออกไป เกิดเป็นแรงดีดกลับให้ต้องรับวิบากใจไม่ปล่อยวางจึงโทรไปขอโทษและตั้งใจว่าจะไม่พูดอย่างลักษณะนั้นอีก

หลังจากนั้นมาในช่วงบ่ายใจเขาเหมือนจะเห็นโทษของวาจาที่ควบคุมไม่ได้ เขาก็หุบปากเงียบเงียบไปถึงข้างใน แม้แต่ความคิดไม่จำเป็นก็ไม่มี เกิดเป็นสภาวะที่เหมือนไปอยู่ต่างประเทศคนเดียวแล้วพูดภาษาเขาไม่ได้ คุยกับใครไม่ได้ เวลาต้องใช้ปากคุยกับลูกค้าก็คุยด้วยท่วงทำนองที่ช้ากว่าปกติ ใจเย็นตอบคำถาม ค่อยๆ อธิบาย รู้สึกถึงเมตตาที่มันผุดขึ้นมาให้กายให้ใจเย็น เป็นแบบนี้ไปจนถึงค่ำ

ตอนเดินกลับบ้าน หลังจากที่รู้สึกว่าดีจัง วันนี้เงียบสงบไปถึงข้างใน อยู่ดีๆ คุณพี่(จิต)พูดมากก็เสนอหน้ามาจากไหนไม่รู้ เห็นแล้วก็ขำ

กลับบ้านเปิดเสียงสวดธัมจักรฯ เปิดไปเจอของธรรมกายลองฟังดูรู้สึกเขาสวดเพราะแฮะ ฟังๆ ไปใจมันระแวง(คิดไปเอง 555) เลยเปลี่ยนเป็นของที่อื่นนั่งฟังไปด้วยนั่งสมาธิไปด้วย

ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 รู้สึกถึงกำลังแต่เหมือนไม่มีสติเลย ไม่ได้ไหลไปกับเรื่องอื่นไหลไปกับบทสวดนี่แหละ ไปถึงรอบที่ 60 กว่า นึกถึงที่อ.เจี๊ยบแนะนำเรื่องหนอ ก็เลยลองเติม "หนอ" หลังบทสวดทั้งสามห้อง มันก็เรียกสติกลับมาได้ แต่ทำไปรู้สึกเหมือนเปลี่ยนพุทธพจน์ยังไงไม่รู้เลยเลิกทำ ก็เลยปล่อยมันจะไหลก็ไหล นานๆ รู้ที ทู่ซี้นั่งสวดอยู่จนถึง 108 จบ มันอยากนั่งสมาธิต่อ แล้วก็เข้ากรรมฐานคอหัก (หลับ 555)

จบการบ้านค่ะ

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

การบ้าน 22/4/57

เช้านี้รู้สึกตัวก่อนตี 5 พร้อมกับความคิดเชี่ยวกราก เห็นมันเยอะขนาดนั้นก็นอนอิติปิโสไป  นานประมาณนึงก็นึกว่านาฬิกาเสียรึป่าวไม่เห็นดังสักที ปรากฏไม่เสีย ก็นอนต่อพอมันปลุกก็ลุกขึ้นมา เช้านี้นั่งสมาธิได้ 23 นาที แกล้งเอาเครื่องนับมากดนับจำนวนครั้งที่มันหลงไปนับได้ 36 ครั้ง

ระหว่างวันสติอย่างนั้นๆ จะโอนเงินทำบุญก็ไม่สำเร็จ จะไปหาซื้อของก็ไม่สำเร็จ เป็นเหตุให้เดินผ่านโซนขายหนังสือเห็นหนังสือคิดถึงหลวงตาวางขายอยู่ แอบไปยืนอ่าน ขณะอ่านก็รู้สึกเหมือนได้ทำสมาธิไปด้วย รู้สึกถ้อยคำสอนของครูบาอาจารย์ล้วนมีกำลัง มีประโยคหนึ่งชอบมากท่านว่า "ให้ทำดีบอกไม่ว่าง คือข้ออ้างของกิเลส"

กลับมาบ้านง่วงมากนั่งหลับคาเก้าอี้ไปแล้ววูบนึง ก่อนนอนนึกว่าจะสวดอิติปิโสไม่รอดแต่ปรากฏว่าก็ผ่านไปด้วยดี พอเริ่มสวดก็เหมือนมีพลังงานค้ำยันเอาไว้ ความง่วงไม่รบกวน มีความสุขขณะสวด วันนี้สติเกิดในห้องพุทธคุณ และธรรมคุณมากขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจหรือทำอะไรมากกว่าปกติ เหมือนว่าความระมัดระวังมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

การบ้าน 21/4/57

21/4/57

ตอนเช้าลองตั้งนาฬิกาตอนตี 5 (ปกติตื่น 6 โมงครึ่ง) ดูว่ามันจะทำไง คิดว่าถ้ายอมลุกจะมานั่งสมาธิ มันก็ยอมลุกค่ะแต่อิดๆ ออดๆ นั่งได้สิบนาทีงอแงจะนอนต่อ อ่ะช่างมันจะนอนก็นอน เป้าหมายเช้านี้คือยอมลุกก็โอเคร ซึ่งจริงๆ ก็รู้ว่ามันขี้เกียจเพราะนอนตี 1 ตื่นตี 5 อยู่วัดทำได้ทำไมอยู่บ้านทำไม่ได้ (ฮา) แต่ยังไม่อยากจะไปเคี่ยวเข็ญให้หนักเดี๋ยวไก่ตื่น เราหวังผลยาวๆ อิอิ (บางทีเวลาคิดอะไรแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นกุศโลบายของบารมี หรือสันดานฝ่ายอาสวะกันแน่ ก๊ากก) 

ระหว่างวันมีเรื่องเกี่ยวกับความสุขมาให้คิด พอดีดูรายการแล้วเขาถามว่า "What makes you happy" เออแฮะ ใจตอบไม่ได้ เหมือนหนูคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีคำตอบ หาไม่เจอ พอตอบไม่ได้ก็รู้สึกเคว้งคว้างสุดประมาณ จนบางทีก็สงสัยว่าคำถามมันตั้งถูกรึป่าว จนป่านนี้ก็ยังตอบไม่ได้ ช่างมันเถอะ

ก่อนนอนสวดอิติปิโส 108 จบ ก่อนสวดมักจะมีแรงเสียดทาน แต่พอเริ่มสวดปั๊บก็สวดต่อไปได้เรื่อยๆ สังเกตมาหลายวันว่าครึ่งแรกส่วนมากจะราบรื่น ใจกายมักจะออกอาการกระสับกระส่ายประมาณช่วงรอบที่หกสิบขึ้นไปพลิกไปพลิกมา ซะจนพอเห็นตัวเลขเครื่องนับว่าถึงใกล้ 60 มันจะกระสับกระส่าย เฮ้ย ยังกับหมาได้ยินเสียงกระดิ่งจะน้ำลายไหล 5555
เมื่อวานสังเกตุว่าตอนสวดสติดีที่สุดตอนสังฆคุณ อาจเพราะมีส่วน "...สาวกสังโฆ" เป็นจังหวะซ้ำหลายท่อนเลยเหมือนกับการตบให้กลับเข้าที่เข้าทางเวลาไหลไปไหน
และหลุดมากที่สุดช่วงพุทธคุณเพราะเอื้อมมือไปกดเครื่องนับ พอมือกลับมา อ่าว จบแล้วขึ้นธรรมคุณ รอบไหนลอยไป อ่าว ธรรมคุณจบไปแล้ว
สังเกตุว่าตำแหน่งของสายตาที่บังเอิญเมื่อวานตั้งพอดีมีส่วนช่วยให้เกิดสติมากขึ้น ใกล้ไปไกลไปไม่โฟกัสจะหลุดง่ายกว่า
ทำไปทำมาสวดมนต์สนุกดีค่ะ